ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    227,954
    ค่าพลัง:
    +97,153
    มาเหนือเมฆ! CIA ใช้เทคโนโลยีลับสุดยอดหาตัว" นักบิน F-15E คนที่ 2 " ในอิหร่านจากสัญญาณการเต้นหัวใจ “ทรัมป์” ยอมรับรอดมาได้แต่เจ็บหนักโดนส่งต่อรักษาด่วนที่เยอรมัน
    .
    .
    .
    .
    .
    เอเจนซีส์ – หน่วย CIA ของสหรัฐฯใช้เทคโนโลยีลับสุดยอดตามหาลูกเรือ F-15E ที่สูญหายในอิหร่านหลังเครื่องโดนยิงตกจากสัญญาณการเต้นของหัวใจด้วยเทคโนโลยีการวัดสนามแม่เหล็กเชิงควอนตัม (quantum magnetometry) จนสามารถคว้าตัวมาได้สำเร็จก่อนที่จะตกอยู่ในมือของอิหร่าน ด้านผู้นำสหรัฐฯยอมรับตอนนี้รักษาตัวอยู่ที่เยอรมันมีอาการในขั้นสาหัส

    .
    ยูโรนิวส์รายงานวันนี้(8 เม.ย)ว่า หน่วย CIA ของสหรัฐฯใช้เทคโนโลยีล้ำยุคอุปกรณ์ใหม่ที่ชื่อ Ghost Murmur เพื่อค้นหาและช่วยลูกเรือคนที่ 2 ของเครื่องบินรบขับไล่ F-15E ที่โดนเตหะรานยิงตกในวันศุกร์(3)ทางใต้ของอิหร่าน อ้างอิงจากหนังสือพิมพ์นิวยอร์กโพสต์ของสหรัฐฯ
    .
    เทคโนโลยีลับสุดยอดของหน่วยสืบราชการลับสหรัฐฯที่ยังไม่เคยใช้มาก่อนนี้พบว่ามีการใช้เทคโนโลยีการวัดสนามแม่เหล็กเชิงควอนตัม (quantum magnetometry)ที่มีพิสัยทำการไกลเพื่อค้นหาร่องรอยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าของการเต้นหัวใจมนุษย์และเทียบกับข้อมูลและใช้ระบบ AI เพื่อแยกสัญญาณออกจากเสียงรบกวนอื่นๆ อ้างอิงจากแหล่งข่าวใกล้ชิด 2 คนที่รู้ในเรื่องนี้
    .
    เครื่องมือค้นหาพิกัดจากระบบการเต้นหัวใจที่ CIA ทดลองใช้เป็นครั้งแรกกับลูกเรือ F-15E นั้นได้รับการเปิดเผยในบ่ายวันจันทร์(6)โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ และผู้อำนวยการ CIA จอห์น แรตคลิฟฟ์ (John Ratcliffe)ในการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาว
    .
    แหล่งข่าวเปิดเผยว่า หากว่าหัวใจคุณยังคงเต้นอยู่ พวกเราจะพบคุณ
    .
    แหล่งข่าวรายนี้และอีกคนที่รู้ในเรื่องอุปกณ์การรวบรวมข่าวกรองของล็อกฮีด มาร์ติน ได้เปิดเผยว่าอุปกรณ์ Ghost Murmur นี้เป็นการพัฒนาโดย Skunk Works แผนกการพัฒนาลับความก้าวหน้าชั้นสูงของบริษัทล็อกฮีด มาร์ตินชื่อดังของสหรัฐฯ
    .
    และเทคโนโลยีนี้ประสบความสำเร็จในการทดสอบกับเฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์กและในอนาคตจะใช้กับเครื่องบิน F-35 แหล่งข่าวคนที่ 2 เผย
    .
    ทั้งนี้พบว่าลูกเรือคนที่ 2 ที่เป็นเจ้าหน้าที่ระบบอาวุธ F-15E นั้นมีชื่อรหัสคือ Dude 44 Bravo นั้นซ่อนตัวอยู่ที่รอยแยกของภูเขาหลังเครื่องโดนยิงตก
    .
    ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวในงานแถลงข่าวว่า CIA พบ Dude 44 Bravo ที่ห่างออกไป 40 ไมล์ แต่ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเขาหมายถึงอะไรกันแน่ว่าเป็นการค่าตรวจวัดจากเครื่องมือหรืออะไรอื่น นิวยอร์กโพสต์รายงาน
    .
    ยูโรนิวส์ชี้ว่า ในการแถลงประธานาธิบดีสหรัฐฯยังออกมายอมรับว่า ลูกเรือที่สูญหายนี้มีอาการอยู่ในขั้นสาหัสและปัจจุบันรักษาตัวที่โรงพยาบาลทหารในเยอรมัน ศูนย์การแพทย์ภูมิภาคลันด์ชตูห์ล (Landstuhl Regional Medical Center)ในรัฐรัฐไรน์ลันท์-ฟัลทซ์
    .
    เกิดขึ้นหลังมีรายงาออกมาจากสื่อสหรัฐฯไม่กี่แห่งได้รายงานว่า มีการเคลื่อนย้ายตัวจากตะวันออกกลางไปโรงพยาบาลทหารที่ใหญ่ที่สุดนอกสหรัฐฯตั้งอยู่ในเยอรมันก่อนที่ผู้นำสหรัฐฯจะออกมายืนยันในที่สุด

    https://www.facebook.com/share/p/1AmJRZpnAU/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    227,954
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ดรามายังไม่จบ!!
    เจ้าหญิงนโรดม เจนณา ทำคลิปโปรโมทประเพณีสงกรานต์เขมร ทำชาวจีน-ฝรั่งแห่ทวงคืนแทนคนไทย ยืนยันตรงกัน ภาพจำชาวโลก สงกรานต์เป็นของประเทศไทย เล่นสนุกสนาน เคยไปเที่ยวมาแล้ว ขณะที่อินฟลูฯเขมรเรียงหน้าชน ซัดไทยอิจฉาเจ้าหญิงละสิ ที่สวยสดงดงามมาก

    https://www.facebook.com/share/1Ktojw3GeH/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    227,954
    ค่าพลัง:
    +97,153
    8.10 น.นิวยอร์กไทม์เผยไม่มีเรือขนส่งแม้แต่ลำเดียวผ่านช่องแคบฮอร์มุสหลังหยุดยิงมา 24 ช.ม. ยูเออีโจมตีโรงกลั่นเสียหายในอิหร่าน อิสราเอลโจมตีเลบานอนต่อ โฆษกรัฐสภาอิหร่านกล่าวหาสหรัฐละเมิด 3 ใน 10 ข้อหยุดยิง BTimes

    https://www.facebook.com/share/1CLVFU37Lw/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    227,954
    ค่าพลัง:
    +97,153
    หยุดยิงที่ไม่ใช่หยุดการยิง
    ต้องเข้าใจก่อนว่า การยิงใส่กันนี้ "รับได้ทุกฝ่าย" ไม่ถือว่าผิดข้อตกลง ดังนั้น สถานการณ์ตอนนี้ไม่เรียกว่าเลวร้าย อ้าว ทำไมล่ะ?
    คำคือ "หยุดยิง" ceasefire แต่ความหมายการใช้สอยของมัน (เฉพาะในกรณีนี้) คือ ซื้อเวลา ทอดเวลา ขยายเด๊ดไลน์ที่จะทำลายล้างกันขั้นพินาศ (ที่ทรัมป์จะถล่มสะพานทุกสาย โรงไฟฟ้าทุกโรงของอิหร่าน และอิหร่านจะตอบโต้ด้วยการขยี้พลังงานทั่วตะวันออกกลางให้แหลกลาญ)
    อย่างน้อย จุดนี้มันจะไม่เกิดขึ้น
    แต่การโจมตีใส่กัน ยังคงมีต่อไป เพียงแต่ย้ำว่า "ในขอบเขต" ที่จะไม่แตะต้องระดับขย่มโลกันตร์

    จึงเห็นว่า แม้หยุดยิง แต่ยังยิงใส่กัน แต่ "รับกันได้"
    เพราะถ้า "รับไม่ได้" นั่นหมายความว่า trigger สู่การทำลายล้างระดับวินาศสันตะโร (สะพานและโรงไฟฟ้าอิหร่านทั้งหมดทั้งสิ้น และพลังงานเพื่อนบ้านทุกหมู่ทุกมวล รวมถึงลุกลามออกนอกภูมิภาค นอกตะวันออกกลาง)

    วันเดียว ดับ 254 ศพ เจ็บ 1,165 คน
    เลบานอนโดนหนักมาก หนักจริง หนักเกินรับไหว
    อิหร่านก็รับไม่ไหว แต่ต้องหักใจ ...
    ภาพที่ออกมา อิหร่าน "ใจนักเลง" : ไม่ทำข้า ก็ต้องไม่ทำเพื่อนข้าด้วย
    ทำเพื่อนข้า เท่ากับทำข้า!
    หยุดยิงคือหยุดทุกแนวรบ มิใช่แค่หยุดแค่กับอิหร่าน
    ซึ่ง
    ก.) ฉีกข้อตกลงหยุดยิง ทุกสิ่งโมฆะ บึ้ม
    ข.) ปากโวย แต่ข่มใจและกดมือไว้ อิหร่านเดินหน้าเจรจา

    อิหร่านต้องเลือก ข.) โดยไม่มีเป็นอื่น

    การเจรจาจะมีขึ้นวันเสาร์นี้ ที่อิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน
    ครั้งนี้ น่าจะต้องคุยกัน "ซึ่งๆ หน้า" ไม่ต้องใช้คนกลางขี่ม้าส่งสาสน์ข้ามห้องไปมาให้วุ่นวาย
    เอาให้มันรู้เรื่องไป
    อเมริกา-อิหร่าน
    (... ไม่มีอิสราเอล)

    มันก็ชวนสับสนงุนงง
    (เท้าความให้สั้นที่สุด อเมริกาส่งข้อเสนออะไรไปก็ถูกปัดตก สุดท้ายอิหร่านส่งข้อเสนอ 10 ประการ ที่อเมริกาต้องรับไว้ก่อน รับเอาไปตั้งต้นในการเจรจา ยังมิใช่ตกลงเลย ... ซึ่งถ้าไม่รับไว้ก่อนนี่ไม่ได้ ไม่งั้นคือยิงกันอภิมหาบรรลัย)

    เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีอเมริกา (ที่กำลังจะไปเจรจาที่ปากีสถาน) เล่าว่า ข้อเสนอ 10 ประการ ฉบับแรกที่ส่งมา ชุ่ยเกินไป น่าจะเขียนขึ้นมาโดยใช้ AI !!!
    "ซึ่งผมก็ขยำแล้วโยนทิ้งลงขยะในทันที" เจดี แวนซ์ กล่าว

    ฉบับสอง มนุษย์แก้ไขแล้ว ไม่ใช่ AI ... เจดี แวนซ์ บอกว่า แจ่มเลย นี่แหละฉบับนี้ที่เราโอเค (ที่ทรัมป์เอาไปร่าย)

    แต่ฉบับที่อิหร่านเอามาแสดงนั้น เจดี แวนซ์ชี้ว่า คนละฉบับกันเลย นี่มันเพ้อเจ้อยิ่งกว่าฉบับแรกที่ AI เขียนอีก

    อะไรกัน
    ปากีฯ เล่นบท "ฤาษีแปลงสาร" เพื่อให้มันเกิดเจรจาได้?
    เป็นลีลาลวดลายของอเมริกาภายใต้การบริหารงานของยอดนักธุรกิจอย่างทรัมป์ เพื่อ "สถานะในการเจรจา"?
    ต่างฝ่ายต่างเล่นแง่กันจริง และฉบับไม่ตรงกันจริง?

    มันจะคุยกันรู้เรื่องมั้ยเนี่ย ...

    ก็ดีกว่าไม่มีคุย

    ติดตามอีกทีเสาร์นี้
    และย้ำอีกทีว่า มันจะมี "การยิง" ต่อไป ในระหว่างที่ข้อตกลง "หยุดยิง" ดำเนินอยู่ในช่วง 2 สัปดาห์นี้

    ส่วนฮอร์มุซเปิดไม่เปิด น่าจะออกลูกกั๊กกันทุกฝ่าย (เหมือนๆ ที่ยังไม่หยุดการยิง)
    สรุปจะเปิดหรือจะไม่เปิด ไม่แน่ชัดขนาดนั้น
    ขึ้นอยู่กับว่า เรือลำไหนกล้า ก็มา
    แต่ไม่มีการรับรองผล ...

    ถ้าแง่ดี นายด่านก็แค่บอกว่า ยูเทิร์นกลับไปนะครับ ห้ามผ่าน

    ก็หวังว่าจะเป็นแง่นี้ ไม่เหมือนที่ผ่านมา ซึ่งนายด่านไม่พูดพร่ำทำเพลง และลงมือเป็นคำตอบ

    ก็ติดตามกันต่อไป

    ถ้าโชคดี ก็จบศึก สงบ เป็นของขวัญหลังสงกรานต์

    https://edition.cnn.com/2026/04/08/world/live-news/iran-war-trump-us-ceasefire
    https://www.aljazeera.com/news/live...es-truce-tehran-agrees-safe-transit-in-hormuz

    https://www.facebook.com/share/18Fs1mtvbK/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    227,954
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Short Squeeze ช็อกโลก! หุ้นเด้งรับดีลหยุดยิงทิพย์ ท่ามกลางปริศนาช่องแคบฮอร์มุซที่ยังปิดตาย

    สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้มีเรื่องใหญ่มากที่ต้องมาอัปเดตกันแบบเต็มๆ เพราะตลาดการเงินทั่วโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญภายในวันเดียว หลังจากที่สหรัฐฯ กับอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว ทำให้บรรยากาศความเสี่ยงในตลาดพลิกกลับแบบหน้ามือเป็นหลังมือเลยค่ะ มาดูกันทีละประเด็นแบบละเอียดนะคะ

    ตลาดหุ้นเฮลั่น: Relief Rally ครั้งใหญ่

    เริ่มจากภาพรวมตลาดก่อนเลยค่ะ คลื่นแห่งความหวังซัดเข้าตลาดการเงินทั่วโลกทันทีหลังข่าวหยุดยิงออกมา โดย S&P 500 พุ่งขึ้น 2.5% ส่วน Nasdaq 100 ขึ้น 2.9% และ Dow Jones ขึ้น 2.8% ขณะที่ดัชนี MSCI World ซึ่งวัดภาพรวมหุ้นทั่วโลกนั้นพุ่งขึ้นถึง 3% เลยค่ะ

    ที่น่าสนใจมากคือ หุ้นตลาดเกิดใหม่ หรือ Emerging Markets นั้นพุ่งขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของวิกฤตโควิด เรียกได้ว่าเป็นการดีดตัวกลับแบบมีนัยสำคัญมากๆ ค่ะ

    ดัชนี VIX หรือที่เรียกกันว่า “เกจวัดความกลัวของ Wall Street” ก็ร่วงลงมาแตะระดับก่อนสงคราม แสดงให้เห็นว่านักลงทุนเริ่มผ่อนคลายความกังวลลงอย่างชัดเจน กลุ่มหุ้นสายการบินซึ่งเคยถูกเทขายหนักเพราะกลัวว่าราคาน้ำมันเชื้อเพลิงจะพุ่งไม่หยุด ก็กลับมาพุ่งขึ้นอย่างแรง

    Fawad Razaqzada จาก Forex. com อธิบายว่า “ปฏิกิริยาของตลาดเป็นไปตาม macro playbook แบบคลาสสิก — สินทรัพย์เสี่ยงได้แรงซื้อ น้ำมันดิ่งลง และดอลลาร์คืน safe-haven premium กลับมา” ซึ่งคำว่า safe-haven premium ก็คือส่วนเพิ่มของค่าเงินที่เกิดขึ้นเพราะนักลงทุนแห่เข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงสงคราม พอความกลัวคลี่คลาย ส่วนเพิ่มนี้ก็หายไป ทำให้ดอลลาร์ย่อตัวลง โดย Bloomberg Dollar Spot Index ร่วง 0.8% ขณะที่ยูโรแข็งค่าขึ้น 0.6% มาอยู่ที่ 1.1668 ดอลลาร์ ปอนด์แข็งค่า 0.9% และเยนแข็งค่า 0.7% ค่ะ

    ฝั่ง Crypto ก็ไม่น้อยหน้า Bitcoin พุ่งขึ้น 2.9% ทะลุ 71,339 ดอลลาร์ ส่วน Ether ขึ้น 4.6% มาอยู่ที่ 2,211 ดอลลาร์ ค่ะ

    Short Squeeze ระดับประวัติศาสตร์

    ประเด็นที่น่าสนใจมากจากมุมของนักลงทุนสถาบันก็คือ เกิดปรากฏการณ์ Short Squeeze ขนาดใหญ่ขึ้นค่ะ Mark Hackett จาก Nationwide ให้ความเห็นว่า “การหยุดยิงเป็นสัญญาณบวกที่ชัดเจน แต่ยังไม่ใช่การแก้ปัญหาที่แท้จริง สิ่งที่โดดเด่นคือตลาดพลิกกลับเร็วมากเมื่อแรงกดดันลดลง เพราะเมื่อ positioning แน่นขนาดนี้ แค่ข่าวดีนิดเดียวก็เพียงพอที่จะจุดชนวนการกลับตัวได้”

    Emmanuel Cau จาก Barclays บอกว่าตลาดหุ้นมีแนวโน้มเกิด “powerful short squeeze” โดย Hedge Fund ต่างรีบถอดการป้องกันความเสี่ยงที่เคยทำไว้เพื่อรับมือกับสงครามออก ข้อมูลจากโต๊ะเทรดของ Goldman Sachs ระบุว่า Hedge Fund กำลังปิดสถานะ Short หุ้นสหรัฐฯ ด้วย

    ความเร็วที่ไม่เคยเห็นมาก่อนนับตั้งแต่ตลาดดีดตัวกลับจากการร่วงหนักช่วงโควิดในเดือนมีนาคม 2020 เลยค่ะ

    สำหรับคนที่ไม่คุ้นกับคำว่า Short Squeeze อธิบายง่ายๆ คือ เวลาที่นักลงทุนจำนวนมากวางเดิมพันว่าหุ้นจะลง (เรียกว่า Short) แต่พอหุ้นดันขึ้นกลับ พวกเขาก็ต้องรีบซื้อหุ้นคืนเพื่อปิดสถานะ ทำให้เกิดแรงซื้อพุ่งซ้อนแรงซื้อ ยิ่งดันราคาขึ้นไปอีก เป็นวงจรที่ทำให้ตลาดพุ่งแรงมากในเวลาสั้นๆ ค่ะ

    บทเรียนจากสงครามอ่าวเปอร์เซีย 1990

    Sam Stovall จาก CFRA Research ให้มุมมองที่น่าสนใจมากค่ะ เขาบอกว่าการหยุดยิงชั่วคราวนี้ทำให้นักลงทุนทั่วโลกเริ่มคิดถึงการปรับพอร์ตและหมุนเวียนกลุ่มหุ้นนำ (sector rotation) โดยมองว่าเหตุการณ์ครั้งนี้อาจคล้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นหลังสงครามอ่าวเปอร์เซียในปี 1990 ตอนที่อิรักบุกคูเวต

    ในครั้งนั้น หลังจากราคาน้ำมันพีคแล้วดิ่งลง S&P 500 พุ่งขึ้นถึง 12.4% ภายในสามเดือน และที่สำคัญคือ sector leadership หมุนจากกลุ่มหุ้น defensive กลับไปสู่กลุ่ม cyclical อีกครั้ง Stovall มองว่าการหมุนเวียนแบบเดียวกันนี้อาจเกิดขึ้นได้อีก หากการหยุดยิงคงอยู่ได้นานพอค่ะ

    ️น้ำมันดิ่งหนัก แต่ยังไม่ถึง “ปกติ”

    มาถึงตลาดน้ำมันค่ะ ราคาน้ำมันดิบ WTI ร่วงลง 15% มาปิดที่ 96.06 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ Brent ก็ร่วงลงมาปิดต่ำกว่า 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบกว่าสองสัปดาห์ที่ Brent ปิดต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ เรียกได้ว่าคลายความกังวลเรื่องวิกฤตพลังงานไปได้มากเลยค่ะ

    แต่ต้องบอกตามตรงว่า ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูงมากเมื่อเทียบกับก่อนสงคราม และนักลงทุนยังเตรียมพร้อมรับมือกับความเป็นไปได้ที่อุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลางจะถูกกระทบต่อไปอีก เพราะเรือยังคงหลีกเลี่ยงการผ่านช่องแคบฮอร์มุซอยู่ค่ะ

    Tatiana Darie นักยุทธศาสตร์มหภาคของ Bloomberg ให้มุมมองเสริมว่า “เนื่องจากหุ้น cyclical มีความสัมพันธ์แบบผกผันอย่างแน่นแฟ้นกับราคาน้ำมัน หากน้ำมันดิบลดลงต่อเนื่อง ก็จะชี้ว่าการพุ่งขึ้นของน้ำมันที่ผ่านมาเป็นเพียงความตื่นตระหนกชั่วคราว”

    ฝั่งทองคำก็ยังคงได้แรงซื้อ แม้บรรยากาศจะเป็น Risk-On แต่ทองขึ้น 0.5% มาอยู่ที่ 4,731.59 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนตลาดพันธบัตร yield 10 ปีของสหรัฐฯ แทบไม่เปลี่ยนแปลงที่ 4.29% แต่ yield 10 ปีของเยอรมนีลดลง 14 basis points มาอยู่ที่ 2.94% และของอังกฤษลดลง 19 basis points มาอยู่ที่ 4.71% ค่ะ

    ✈️⛽ผลกระทบต่อภาคธุรกิจ: สายการบินและพลังงานโดนเต็มๆ

    ในระดับบริษัท ผลกระทบของสงครามชัดเจนมากค่ะ Delta Air Lines ออกมาเปิดเผยว่าคาดว่าจะมีต้นทุนเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ จนถึงเดือนมิถุนายน จากผลกระทบของสงคราม ทำให้สายการบินต้องระมัดระวังอย่างมากและยืนยันเป้าหมายกำไรทั้งปีตามเดิมโดยไม่กล้าปรับขึ้น
    ส่วน Exxon Mobil ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงาน สูญเสียกำลังการผลิตทั่วโลกไปถึง 6% ในไตรมาสแรก เนื่องจากสงครามทำให้การดำเนินงานด้านน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในอ่าวเปอร์เซียหยุดชะงัก

    ข่าวดีจากฝั่งเทคคือ Meta Platforms เปิดตัว AI model ตัวใหม่ล่าสุด ซึ่งเป็นตัวแรกนับตั้งแต่ Mark Zuckerberg ปรับโครงสร้างองค์กร AI ครั้งใหญ่เพื่อแข่งขันกับคู่แข่ง

    ️ เบื้องลึกของข้อตกลงหยุดยิง: ซับซ้อนกว่าที่คิด

    ทีนี้มาเจาะลึกตัวข้อตกลงหยุดยิงกันค่ะ เพราะมันไม่ได้ง่ายอย่างที่หลายคนคิด

    เหตุการณ์เกิดขึ้นประมาณ 90 นาทีก่อนถึงเส้นตายที่ประธานาธิบดี Trump กำหนดให้อิหร่านยอมหยุดยิงและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ก็มีการประกาศข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ออกมา ทำเนียบขาวประกาศว่ารองประธานาธิบดี JD Vance จะนำคณะผู้แทนสหรัฐฯ ไปเจรจาที่อิสลามาบัด ปากีสถาน โดยมี Steve Witkoff ทูตพิเศษ และ Jared Kushner ร่วมคณะด้วย โดยการเจรจารอบแรกจะเกิดขึ้นในเช้าวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น

    แต่ปัญหาคือ การสู้รบยังคงดำเนินต่อไปในหลายพื้นที่ค่ะ โดยเฉพาะในเลบานอน ที่อิสราเอลยังคงโจมตีกลุ่ม Hezbollah ซึ่งเป็นกองกำลังที่อิหร่านสนับสนุน กองทัพอิสราเอลระบุว่าได้ปฏิบัติการครั้งใหญ่ที่สุดต่อ Hezbollah นับตั้งแต่เริ่มสงคราม โดยโจมตีเป้าหมายมากกว่า 100 แห่งภายใน 10 นาที ทั้งศูนย์บัญชาการและฐานทัพ

    ฝั่งอิหร่านออกมาประณามทันทีค่ะ รัฐมนตรีต่างประเทศ Abbas Araghchi โพสต์ว่า “เงื่อนไขการหยุดยิงระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ชัดเจน — สหรัฐฯ ต้องเลือกว่าจะหยุดยิง หรือจะทำสงครามต่อผ่านอิสราเอล จะเอาทั้งสองอย่างพร้อมกันไม่ได้” ส่วนประธานรัฐสภาอิหร่าน Mohammad-Bagher Ghalibaf ก็ออกมาพูดในทำนองเดียวกัน โดยอ้างถึงการสู้รบในเลบานอน การที่โดรนเข้าน่านฟ้าอิหร่าน และการปฏิเสธสิทธิ์ในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมของอิหร่าน บอกว่าในสถานการณ์เช่นนี้ “การหยุดยิงทวิภาคีหรือการเจรจาเป็นสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผล”

    Vance ตอบโต้คำพูดของ Ghalibaf แบบจิกกัดเล็กๆ ว่า “ผมสงสัยจริงๆ ว่าเขาเข้าใจภาษาอังกฤษดีแค่ไหน” เพราะบางคอมเมนต์ของ Ghalibaf “ไม่สมเหตุสมผล”

    ส่วน Trump เองก็สร้างความสับสนไม่น้อยค่ะ เขาพูดหลายประเด็นที่ขัดแย้งกันเอง รวมถึงเรื่อง “joint venture” กับอิหร่านเพื่อเก็บค่าผ่านทางจากเรือที่ผ่านช่องแคบ ซึ่งโฆษกทำเนียบขาว Karoline Leavitt ก็ต้องออกมาลดกระแสว่า “นั่นไม่ใช่สิ่งที่เรายืนยันว่ายอมรับแน่นอน เป็นเพียงข้อเสนอที่ประธานาธิบดีเสนอ แต่ท่านพูดชัดเจนว่าต้องการให้ช่องแคบเปิดทันที โดยไม่มีเงื่อนไข”

    Trump ยังพูดด้วยว่าอิหร่านเกิด “regime change” แล้ว ทั้งที่ไม่มีสัญญาณใดๆ เลยว่ามีผู้นำใหม่เข้ามา และยังบอกว่าเลบานอนไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงหยุดยิง แต่มั่นใจว่า Hezbollah จะ “ถูกจัดการ” ด้วย

    ประธานาธิบดี Emmanuel Macron ของฝรั่งเศสประณามการโจมตีของอิสราเอลในเลบานอนว่าเป็น “การโจมตีแบบไม่เลือกเป้าหมาย” ที่ส่งผลให้มีพลเรือนเสียชีวิตจำนวนมาก

    ข้อเรียกร้องของอิหร่าน: ไม่ง่ายเลยค่ะ

    ด้านข้อเรียกร้องของอิหร่านก็หนักหน่วงมากค่ะ สภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่านออกแถลงการณ์ระบุข้อเรียกร้องที่รวมถึง การควบคุมช่องแคบฮอร์มุซต่อไป, การยอมรับกิจกรรมเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ของอิหร่าน, การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมดทั้ง primary และ secondary sanctions, และการถอนกำลังรบของสหรัฐฯ ออกจากภูมิภาค

    ขณะที่ Trump ประกาศว่า “จะไม่มีการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม” และนายกฯ Netanyahu ของอิสราเอลก็พูดว่ายูเรเนียมที่เสริมสมรรถนะสูงจะถูกนำออกจากอิหร่าน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

    นอกจากนี้ Trump ยังประกาศแผนเก็บภาษีนำเข้า 50% จากประเทศใดก็ตามที่ขายอาวุธให้อิหร่าน แม้ว่าจะยังไม่ชัดเจนว่าเขาจะทำได้จริงหรือไม่ เพราะศาลสูงสุดสหรัฐฯ ได้จำกัดอำนาจของเขาในการเก็บภาษีฝ่ายเดียวไปแล้วค่ะ

    ที่สำคัญ แม้จะมีการประกาศหยุดยิง แต่หลายประเทศอย่างคูเวต บาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอิสราเอล ยังรายงานว่าถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธต่อเนื่อง ท่อส่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบียไปทะเลแดงก็ถูกโดรนโจมตีด้วย สร้างความสับสนว่าข้อตกลงนี้จะถูกบังคับใช้อย่างไร

    สิ่งที่ต้องจำไว้คือ สงครามนี้กินเวลาเกือบ 6 สัปดาห์แล้ว มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 5,300 คน และการประกาศหยุดยิงของ Trump ถือเป็นการถอยจากคำขู่ก่อนหน้าที่เคยพูดว่า “อารยธรรมทั้งหมดจะตายคืนนี้” หากอิหร่านไม่ยอม ค่ะ

    ช่องแคบฮอร์มุซ: ยังติดล็อกอยู่

    นี่คือประเด็นที่สำคัญที่สุดสำหรับตลาดพลังงานค่ะ เพราะช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นเลือดใหญ่ของการค้าน้ำมันและ LNG โลก โดยรองรับน้ำมันถึง 1 ใน 5 ของโลก และ LNG ประมาณ 20% ของปริมาณขนส่งทั่วโลก

    ข้อมูลจาก Bloomberg ระบุว่า ในวันพุธมีเรือเพียง 3 ลำเท่านั้นที่ถูกสังเกตเห็นว่าออกจากภูมิภาค ซึ่งบางลำมีความเกี่ยวข้องกับอิหร่าน เทียบกับปกติที่มีเรือผ่านวันละประมาณ 135 ลำ และตอนนี้มีเรือสินค้ามากกว่า 800 ลำติดอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย ส่วนใหญ่รอที่จะออก

    เรือ 2 ลำที่ผ่านช่องแคบได้เป็นเรือขนส่งสินค้าแห้ง (bulk commodity carriers) โดยอย่างน้อย 1 ลำเคยแวะท่าเรืออิหร่าน และ 1 ลำใช้เส้นทางระหว่างเกาะลาราคและเกาะเกชม์ของอิหร่าน ซึ่งวงการเดินเรือเรียกกันว่า “Iranian tollbooth” หรือด่านเก็บค่าผ่านทางของอิหร่าน ส่วนอีกลำหนึ่งเป็นเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านชื่อ Tour 2 ที่ถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตร ก็อาจจะผ่านได้เช่นกันตามข้อมูลของ Kpler

    ลูกเรือบนเรือลำหนึ่งรายงานว่าได้ยินคำเตือนจากอิหร่านว่า การเดินเรือผ่านช่องแคบยังคงต้องได้รับอนุญาตจากสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าอิหร่านยังคงต้องการควบคุมการสัญจรในช่องแคบนี้อยู่

    สำนักข่าว Fars ซึ่งเป็นสำนักข่าวกึ่งทางการของอิหร่าน รายงานด้วยว่า การผ่านของเรือบรรทุกน้ำมันถูกระงับหลังจากอิสราเอลโจมตีเลบานอน แต่ Vance โต้แย้งว่า “เราเริ่มเห็นสัญญาณว่าช่องแคบกำลังเปิดใหม่”

    ⚓ เสียงจากวงการเดินเรือ: ยังไม่มั่นใจ

    ปฏิกิริยาจากบริษัทเดินเรือรายใหญ่ของโลกก็ระมัดระวังอย่างมากค่ะ

    A.P. Moller-Maersk บริษัทเดินเรือคอนเทนเนอร์ใหญ่อันดับ 2 ของโลก ระบุว่าการหยุดยิง “อาจสร้างโอกาสในการเดินเรือผ่าน แต่ยังไม่ให้ความมั่นใจด้านการเดินเรือเต็มที่” ส่วน Nippon Yusen ของญี่ปุ่นบอกว่ากำลังติดตามสถานการณ์ และ Hapag-Lloyd ของเยอรมนีบอกว่าจะยังคงหลีกเลี่ยงฮอร์มุซต่อไปในตอนนี้ แม้จะมองว่าการหยุดยิงเป็นเรื่องดี

    Neil Roberts หัวหน้าฝ่ายทะเลและการบินของ Lloyd’s Market Association กล่าวว่า “เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่านี่คือการหยุดชั่วคราวหรือสันติภาพ แต่ในระหว่างนี้ มีความเป็นไปได้น้อยมากที่การค้าเข้าอ่าวเปอร์เซียจะกลับมาเป็นปกติ ภูมิภาคนี้ยังอยู่ในภาวะเสี่ยงสูง โดยไม่มีความตึงเครียดพื้นฐานใดที่ได้รับการแก้ไข”

    Bimco กลุ่มการค้าด้านเดินเรือที่สมาชิกควบคุมเกือบ 2 ใน 3 ของปริมาณขนส่งทางทะเลของโลก ก็มีท่าทีระมัดระวัง โดย Jakob Larsen หัวหน้าฝ่ายความปลอดภัยกล่าวว่า “การออกจากอ่าวเปอร์เซียโดยไม่มีการประสานงานกับสหรัฐฯ และอิหร่านก่อน จะมีความเสี่ยงสูง และไม่แนะนำให้ทำ”

    Jennifer Parker ศาสตราจารย์จากสถาบันความมั่นคงมหาวิทยาลัย Western Australia ชี้ประเด็นสำคัญว่า “คุณไม่สามารถเปิดการเดินเรือทั่วโลกกลับมาภายใน 24 ชั่วโมงได้ เจ้าของเรือ บริษัทประกัน และลูกเรือต้องเชื่อว่าความเสี่ยงลดลงจริง ไม่ใช่แค่หยุดพักชั่วคราว”

    ข้อมูลจาก Kpler แสดงให้เห็นว่าเรือที่ติดอยู่ส่วนใหญ่เป็นเรือขนส่งพลังงาน มีเรือบรรทุกน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม 426 ลำ เรือ LPG 34 ลำ เรือ LNG 19 ลำ ส่วนที่เหลือเป็นเรือขนส่งสินค้าแห้ง สินค้าเกษตร โลหะ หรือตู้คอนเทนเนอร์ และที่น่าจับตาเป็นพิเศษคือเรือ LNG เพราะไม่มีเรือ LNG ที่บรรทุกสินค้าลำไหนผ่านช่องแคบได้เลยนับตั้งแต่สงครามเริ่ม และความพยายามล่าสุดของเรือ LNG 2 ลำก็จบลงด้วยการกลับลำในนาทีสุดท้าย

    ตามข้อมูลขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ณ สิ้นเดือนมีนาคม มีลูกเรือพลเรือนราว 20,000 คนติดอยู่บนเรือ เผชิญกับเสบียงที่ลดลง ความเหนื่อยล้า และความเครียดทางจิตใจ

    เลขาธิการ IMO Arsenio Dominguez กล่าวว่ากำลังทำงานร่วมกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำกลไกที่เหมาะสมสำหรับการเดินเรือผ่านช่องแคบอย่างปลอดภัย โดยเน้นว่าลำดับความสำคัญคือ “การอพยพที่รับประกันความปลอดภัยในการเดินเรือ” ค่ะ

    Fed Minutes: สองฝ่ายเห็นต่าง เงินเฟ้อ vs. ตลาดแรงงาน

    มาถึงเรื่อง Fed กันบ้างค่ะ รายงานการประชุม FOMC เมื่อวันที่ 17-18 มีนาคมเผยให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่ Fed กำลังเผชิญกับสถานการณ์ “two-sided risks” หรือความเสี่ยงสองด้านอย่างแท้จริง

    ด้านหนึ่ง เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่กังวลว่าหากสงครามยืดเยื้อ ตลาดแรงงานจะได้รับผลกระทบ ซึ่งอาจจำเป็นต้องลดดอกเบี้ย แต่อีกด้านหนึ่ง เจ้าหน้าที่จำนวนไม่น้อยกลับกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่อาจถูกกระตุ้นจากราคาพลังงานที่พุ่งขึ้น ซึ่งอาจจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ย

    สิ่งที่น่าสังเกตคือ กลุ่มที่สนับสนุนให้เพิ่มภาษาเรื่อง “การขึ้นดอกเบี้ย” เข้าไปในแถลงการณ์หลังประชุมนั้นมีจำนวนเพิ่มขึ้นค่ะ ในรายงานการประชุมใช้คำว่า “some participants” ซึ่งในภาษาของ Fed หมายถึงจำนวนมากกว่า “several” ที่ใช้ในรายงานการประชุมเดือนมกราคม แสดงว่าเสียงที่กังวลเรื่องเงินเฟ้อนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ

    นอกจากนี้ “vast majority” หรือเกือบทั้งหมดของเจ้าหน้าที่มองว่าอาจต้องใช้เวลานานขึ้นกว่าจะนำเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% ได้ บางคนยังเตือนด้วยว่า เนื่องจากเงินเฟ้ออยู่เหนือเป้ามาถึง 5 ปีแล้ว “การคาดการณ์เงินเฟ้อระยะยาวอาจอ่อนไหวต่อการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานมากขึ้น” ซึ่งนี่เป็นสัญญาณอันตรายเพราะหมายความว่าเงินเฟ้ออาจเริ่ม “ฝังรากลึก” ในจิตใจของผู้คน

    ฝั่งตลาดแรงงาน เจ้าหน้าที่หลายคนเตือนว่า ในสถานการณ์ที่การจ้างงานสุทธิต่ำอยู่แล้ว สภาพตลาดแรงงานมีความเปราะบางต่อ “adverse shocks” หรือเหตุการณ์ลบที่ไม่คาดฝัน
    ในการประชุมครั้งนั้น Fed คง Fed Funds Rate ไว้ที่ 3.5%-3.75% และ projections ยังส่งสัญญาณว่าคาดว่าจะลดดอกเบี้ย 1 ครั้งในปี 2026 ไม่เปลี่ยนจากประมาณการเดือนธันวาคม แต่ตลาด futures ยังไม่เชื่อว่า Fed จะลดดอกเบี้ยในปีนี้เลยค่ะ

    Stephen Stanley หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Santander Capital Markets สรุปว่า minutes แสดงให้เห็นว่าคณะกรรมการเห็นความเสี่ยงเพิ่มขึ้นทั้งด้านเงินเฟ้อและการจ้างงาน และกังวลว่าสงครามที่ยืดเยื้อจะทำให้ทั้งสองความเสี่ยงรุนแรงขึ้น ทำให้ FOMC “ยืนอยู่ข้างสนามอย่างมั่นคง”

    แต่ David Russell จาก TradeStation ให้มุมมองเชิงบวกว่า “minutes พวกนี้เป็นข้อมูลย้อนหลังมากๆ (backward looking) การผ่อนคลายในตลาดน้ำมันทำให้เงินเฟ้อไม่ใช่ความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญในตอนนี้แล้ว”

    สรุปภาพรวม: ดีข่าว แต่ยังไม่จบ

    สรุปแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้คือ “Relief Rally” ครั้งใหญ่ที่ขับเคลื่อนด้วยการคลี่คลายของสถานการณ์สงคราม แต่ต้องเน้นย้ำว่าหลายปัจจัยยังไม่ได้รับการแก้ไข ช่องแคบฮอร์มุซยังปิดอยู่เกือบหมด การสู้รบยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง ข้อเรียกร้องของทั้งสองฝ่ายยังห่างไกลจากจุดตกลงกันได้ และนักเดินเรือทั่วโลกยังไม่กล้าผ่านช่องแคบ

    สำหรับนักลงทุน สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือ การเจรจาที่อิสลามาบัดในวันเสาร์ว่าจะนำไปสู่ข้อตกลงถาวรได้หรือไม่ ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดได้จริงเมื่อไหร่ ราคาน้ำมันจะปรับตัวต่อในทิศทางไหน และ Fed จะตัดสินใจอย่างไรท่ามกลาง two-sided risks ที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ

    เกมนี้ยังไม่จบค่ะ แต่ตลาดสอนเราเสมอว่า เมื่อ positioning แน่นเกินไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง แค่ข่าวดีนิดเดียวก็พลิกเกมได้ทั้งกระดาน ติดตามกันต่อนะคะ!

    https://www.facebook.com/share/p/1JJhzPtxVx/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    227,954
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เจาะลึกเหตุผล ทำไมการใช้บทแก้ไขรัฐธรรมนูญชุดที่ 25 (25th Amendment) เพื่อถอดถอน Trump ถึงเป็นเรื่องที่ 'แทบจะเป็นไปไม่ได้'

    ในขณะนี้ สส. ฝั่ง Democrat ในสภาผู้แทนราษฎรกำลังอยู่ในช่วงพิจารณาอย่างหนักว่า จะสามารถนำ บทแก้ไขรัฐธรรมนูญชุดที่ 25 (25th Amendment) มาใช้เพื่อถอดถอนประธานาธิบดี Trump ได้อย่างไร หรือมีช่องทางไหนบ้าง หลังจากที่เขาสร้างความตกตะลึงด้วยการขู่ว่าจะล้างบาง "อารยธรรม" ของอิหร่านให้สิ้นซากเมื่อเร็วๆ นี้

    ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ: แม้จะมีการเคลื่อนไหว แต่ความพยายามนี้ต้องเผชิญกับอุปสรรคทางกฎหมายและการเมืองที่สูงชันมาก ที่สำคัญที่สุดคือ กระบวนการนี้ต้องอาศัย "ความเห็นพ้อง" จากคนในคณะรัฐมนตรีของ Trump เองด้วย

    ภาพรวมของสถานการณ์
    แม้ว่าสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะเข้าสู่ช่วงหยุดยิงแล้ว แต่กระแสเรียกร้องให้ถอดถอน Trump ผ่านบทแก้ไขรัฐธรรมนูญชุดนี้กลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และที่น่าสนใจคือ เสียงเรียกร้องไม่ได้มาจากฝั่ง Democrat เพียงอย่างเดียว

    แต่ยังรวมถึงบุคคลในกลุ่ม MAGA เอง อย่างอดีต สส. Marjorie Taylor Greene (R-Ga.) และนักทฤษฎีสมคบคิดฝ่ายขวาจัดอย่าง Alex Jones ก็ร่วมวงด้วยเช่นกัน

    อย่างไรก็ตาม ทางด้าน White House ได้ออกมาตอบโต้ทันควัน โดยตราหน้าความพยายามที่ดูเลื่อนลอยในการถอดถอน Trump ผ่านบทแก้ไขชุดที่ 25 หรือการพยายามยื่นถอดถอน (Impeach) เขาอีกครั้งว่าเป็นเรื่องที่ "น่าสมเพช" (Pathetic)

    บทแก้ไขรัฐธรรมนูญชุดที่ 25 คืออะไร?
    ข้อกฎหมายนี้เป็นส่วนหนึ่งของรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ที่วางกรอบขั้นตอนในการเปลี่ยนตัวประธานาธิบดี รวมถึงระบุสถานการณ์ต่างๆ ในกรณีที่ประธานาธิบดีอยู่ในสภาวะ "ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้" (Incapacity)

    กฎหมายฉบับนี้ได้รับการรับรองในปี 1967 หลังจากเหตุการณ์ลอบสังหารประธานาธิบดี John F. Kennedy เมื่อ 4 ปีก่อนหน้านั้น ซึ่งทาง Bipartisan Policy Center ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวได้ "ตอกย้ำให้เห็นถึงความจำเป็นในการมีขั้นตอนที่ชัดเจนและเป็นระบบมากขึ้น สำหรับการจัดการสถานการณ์ที่ประธานาธิบดีไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ของตนได้"

    กลไกการทำงาน
    ตามข้อมูลจาก Library of Congress ระบุรายละเอียดไว้ดังนี้

    Section 1 และ 2: เกี่ยวข้องกับขั้นตอนที่รองประธานาธิบดีจะขึ้นมากุมบังเหียนแทน หากประธานาธิบดีถูกถอดถอน, เสียชีวิต หรือลาออกจากตำแหน่ง รวมถึงขั้นตอนการแต่งตั้งรองประธานาธิบดีคนใหม่หากตำแหน่งว่างลง

    Section 3: เปิดทางให้ประธานาธิบดีสามารถประกาศด้วยตนเองว่า "ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่และอำนาจในตำแหน่งได้"

    Section 4: (ส่วนที่เป็นประเด็นสำคัญ) อนุญาตให้รองประธานาธิบดี ร่วมกับเสียงข้างมากของคณะรัฐมนตรี หรือ "องค์กรอื่นที่สภาคองเกรสกำหนดตามกฎหมาย" สามารถประกาศว่าประธานาธิบดีไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่และอำนาจในตำแหน่งได้

    Kirsten Matoy Carlson ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายและอาจารย์พิเศษด้านรัฐศาสตร์จาก Wayne State University ได้เขียนลงใน The Conversation โดยชี้ประเด็นสำคัญว่า "จนถึงตอนนี้ สภาคองเกรสยังไม่ได้มีการกำหนด 'องค์กรทางเลือก' อื่นใดขึ้นมาเลย และในหมู่นักวิชาการเองก็ยังมีความเห็นไม่ลงรอยกันเกี่ยวกับบทบาทของ 'รักษาการรัฐมนตรี' (Acting Cabinet officials) ว่าจะมีอำนาจในส่วนนี้หรือไม่"

    ในอดีตเคยมีการนำมาใช้หรือไม่?
    แม้ว่าในประวัติศาสตร์จะไม่เคยมีประธานาธิบดีคนไหนถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งผ่านบทแก้ไขชุดที่ 25 เลย แต่ก็เคยมีการหยิบยกมาใช้ในกรณีเฉพาะกิจมาบ้าง

    ปี 2002 และ 2007: อดีตประธานาธิบดี George W. Bush เคยใช้ Section 3 เพื่อมอบอำนาจให้รองประธานาธิบดี Dick Cheney ดูแลงานแทนเป็นการชั่วคราว ในระหว่างที่เขาต้องเข้ารับการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ตามปกติ

    ปี 1985: อดีตประธานาธิบดี Reagan ก็เคยดำเนินการในลักษณะเดียวกันเมื่อครั้งเข้ารับการผ่าตัดมะเร็ง

    ทำไมความพยายามครั้งนี้ถึงมีโอกาส 'ล้มเหลว' สูง
    เช็คความเป็นจริง: ฝั่ง Democrat ในสภาคองเกรส "ไม่มีอำนาจ" ในการเริ่มกระบวนการถอดถอนภายใต้บทแก้ไขรัฐธรรมนูญชุดที่ 25 ได้ด้วยตัวเอง เพราะกฎหมายกำหนดชัดเจนว่าต้องเริ่มจาก รองประธานาธิบดีและเสียงข้างมากของคณะรัฐมนตรี เท่านั้น (แม้ว่าสภาคองเกรสจะเป็นผู้ตัดสินชี้ขาดในภายหลัง หาก Trump ทำเรื่องคัดค้านการถอดถอนก็ตาม)

    และที่สำคัญที่สุดคือ รองประธานาธิบดี JD Vance ซึ่งมีข่าวว่า Trump กำลังพิจารณาจะให้การสนับสนุน (Endorse) ในการลงชิงชัยเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2028 ย่อมไม่มีทางที่จะเป็นคนเริ่มใช้บทแก้ไขชุดที่ 25 นี้อย่างแน่นอน

    https://www.facebook.com/share/1EKjgpid7m/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    227,954
    ค่าพลัง:
    +97,153
    มีโต้แล้ว!
    เฮซบอลเลาะห์ยิงสวนใส่อิสราเอลครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มข้อตกลงหยุดยิง (เมื่อวานเลบานอนโดนไป 254ศพ เจ็บ 1,165คน)

    https://www.facebook.com/share/18Kacm8tNa/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    227,954
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อิหร่านไปบอกว่า อิสราเอลละเมิดข้อตกลงหยุดยิงไม่ได้หรอก เพราะ สหรัฐอเมริกาและอิหร่านใช้ข้อตกลงหยุดยิง 10 ข้อ คนละฉบับ สรุป คือ เป็นการตกลงหยุดยิงแค่นั้นโดยไม่มีเงื่อนไขอะไรเลย

    FB_IMG_1775706341372.jpg
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    227,954
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ยุโรปทะยอยออกมาประณามการกระทำของอิสราเอลหลังถล่มเลบานอน ส่งผลให้ประชาชนเสียชีวิตหลายร้อยรายภายในวันเดียว

    อันโตนิโอ ตายานี (Antonio Tajani) — รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิตาลี
    ผมเพิ่งสนทนาทางโทรศัพท์เป็นเวลานานกับประธานาธิบดีเลบานอน พล.อ. โจเซฟ อูน ซึ่งผมได้แสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของรัฐบาลอิตาลี ต่อการโจมตีที่ไม่เป็นธรรมและไม่อาจยอมรับได้ที่เขากำลังเผชิญจากอิสราเอล เราต้องการหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิด “กาซาครั้งที่สอง” เราจะย้ำแนวคิดนี้ต่อเอกอัครราชทูตอิสราเอลด้วย ซึ่งผมได้เรียกตัวมาที่กระทรวงการต่างประเทศอิตาลีแล้ว

    เราขอประณามการทิ้งระเบิดต่อประชาชนพลเรือนเลบานอน รวมถึงเหตุยิงปะทะที่กระทบต่อกองกำลังของเราใน UNIFIL ซึ่งเรายังคงเรียกร้องให้มีการรับประกันความปลอดภัยอย่างเต็มที่

    เราต้องหลีกเลี่ยงการขยายตัวของความขัดแย้งเพิ่มเติม ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อการหยุดยิงในอิหร่าน และการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

    เปโดร ซานเชซ (Pedro Sánchez) — นายกรัฐมนตรีสเปน
    วันนี้ เนทันยาฮูเปิดฉากโจมตีเลบานอนอย่างรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่การปฏิบัติการเริ่มต้น

    การไม่เห็นคุณค่าของชีวิตและกฎหมายระหว่างประเทศของเขา เป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ ถึงเวลาต้องพูดอย่างชัดเจน:
    เลบานอนต้องถูกรวมอยู่ในข้อตกลงหยุดยิง
    ประชาคมระหว่างประเทศต้องประณามการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศครั้งใหม่นี้
    สหภาพยุโรปต้องระงับข้อตกลงความร่วมมือกับอิสราเอล
    และต้องไม่มีการลอยนวลสำหรับการกระทำที่เป็นอาชญากรรมเหล่านี้

    เอ็มมานูเอล มาครง (Emmanuel Macron) — ประธานาธิบดีฝรั่งเศส
    ผมเพิ่งได้พูดคุยกับประธานาธิบดีเลบานอน โจเซฟ อูน และนายกรัฐมนตรี นาวาฟ ซาลาม

    ผมได้แสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของฝรั่งเศสอย่างเต็มที่ ต่อการโจมตีแบบไม่เลือกเป้าหมายที่อิสราเอลดำเนินการในเลบานอนวันนี้ ซึ่งทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตจำนวนมาก เราขอประณามการโจมตีเหล่านี้อย่างรุนแรงที่สุด

    การโจมตีดังกล่าวเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อความยั่งยืนของการหยุดยิงที่เพิ่งเกิดขึ้น เลบานอนต้องถูกรวมอยู่ในข้อตกลงนี้อย่างครบถ้วน

    ผมย้ำถึงความจำเป็นในการรักษาบูรณภาพแห่งดินแดนของเลบานอน และความมุ่งมั่นของฝรั่งเศสในการสนับสนุนทางการของเลบานอน เพื่อรักษาอธิปไตยของประเทศ และดำเนินแผนปลดอาวุธของเฮซบอลเลาะห์
    FB_IMG_1775706588870.jpg
    https://www.facebook.com/share/p/1c92KtsvNp/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    227,954
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทรัมป์เรียกแผน 10 ข้อที่รายงานโดย CNN และ NYT ว่าเป็น "ของปลอมโดยสิ้นเชิง" เป็นเรื่องหลอกลวง "ที่มุ่งทำลายความน่าเชื่อถือของผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการสันติภาพ"
    FB_IMG_1775706634927.jpg
    ข้อความของทรัมป์:
    “หนังสือพิมพ์ New York Times ที่กำลังตกต่ำ และ CNN สำนักข่าวปลอม ต่างรายงานเกี่ยวกับ ‘แผน 10 ข้อ’ ซึ่งเป็นของปลอมทั้งหมดเกี่ยวกับการเจรจากับอิหร่าน

    มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการสันติภาพ

    ทั้ง 10 ข้อเป็นเรื่องแต่งขึ้นทั้งหมด เป็นเรื่องหลอกลวง พวกผู้แพ้ชั่วร้าย!!!”

    https://www.facebook.com/share/p/1B91zwjW3M/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    227,954
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “คุณสามารถทำสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ในเลบานอนต่อไปได้”
    "บารัค ราวิด" นักข่าวจาก Axios เปิดเผยในรายการ "OutFron" ของ เอริน เบอร์เน็ตต์ ที่ออกอากาศทางช่อง CNN ว่า:

    เนทันยาฮูได้ขอทรัมป์ให้เอา "เลบานอน" ออกจากข้อตกลงหยุดยิงที่ทำกับอิหร่าน ในระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์ ซึ่งทรัมป์ก็ตกลงตามนั้น และนั่นทำให้อิสราเอลได้โอกาสเปิดฉากโจมตีเลบานอนอย่างรุนแรงที่สุดในวันเดียวกันนั้น หลังจากได้รับไฟเขียวดังกล่าวแล้ว

    https://www.facebook.com/share/v/1EEyJYZXtz/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 2.mp4
      ขนาดไฟล์:
      2.9 MB
      เปิดดู:
      3
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    227,954
    ค่าพลัง:
    +97,153
    พลเมืองชาวเลบานอนตะโกนสาปแช่งรัฐบาลของตนเอง ที่ไม่เคยแสดงการปกป้องประชาชนว่า:

    "ผมขอส่งข้อความไปถึงรัฐเลบานอนว่า ขอสาปแช่งพวกคุณ โดยเฉพาะ นาวาฟ ซาลาม (นายกรัฐมนตรีเลบานอน)ไอ้พวกสารเลว! ขอสาปแช่งรัฐบาลนี้!"
    .
    -นาวาฟ ซาลาม (Nawaf Salam) นายกรัฐมนตรีเลบานอน
    -พล.อ. โจเซฟ อูน (Joseph Aoun) ประธานาธิบดีเลบานอน อดีตผู้บัญชาการกองทัพบกที่ได้รับการหนุนหลังจากสหรัฐฯ

    สองบุคคลที่ไม่เคยออกมาแสดงท่าทีต่อต้านอิสราเอล แม้ว่าประชาชนของพวกเขาจะสูญเสียชีวิตมากมายจากการโจมตีโดยอิสราเอล

    https://www.facebook.com/share/v/1ATtgjvgJo/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 1.mp4
      ขนาดไฟล์:
      334.7 KB
      เปิดดู:
      2
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    227,954
    ค่าพลัง:
    +97,153
    FB_IMG_1775707007041.jpg
    โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ (Mohammad Bagher Ghalibaf) ประธานรัฐสภาอิหร่าน ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงของสหรัฐ โดยที่ยังไม่เริ่มต้นการเจรจาอย่างเป็นทางการด้วยซ้ำ (การเจรจากำหนดให้มีขึ้นในวันที่ 10 เมษายน ที่ปากีสถาน)
    .
    แถลงการณ์เกี่ยวกับการละเมิด 3 ข้อสำคัญของข้อเสนอ 10 ข้อ (กรอบที่ตกลงร่วมกัน) ก่อนเริ่มการเจรจา

    ความไม่ไว้วางใจทางประวัติศาสตร์อย่างลึกซึ้งที่เรามีต่อสหรัฐอเมริกา เกิดจากการละเมิดพันธกรณีในทุกรูปแบบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งเป็นรูปแบบที่น่าเสียดายที่ถูกทำซ้ำอีกครั้งหนึ่ง

    ดังที่ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาได้ระบุอย่างชัดเจนใน Truth ของเขา ข้อเสนอ 10 ข้อของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน เป็น “พื้นฐานที่สามารถใช้เจรจาได้” และเป็นกรอบหลักสำหรับการเจรจาครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มี 3 ข้อในข้อเสนอดังกล่าวที่ถูกละเมิดแล้ว ได้แก่:

    1- การไม่ปฏิบัติตามข้อแรกของข้อเสนอ 10 ข้อ ซึ่งเกี่ยวกับการหยุดยิงในเลบานอน — พันธกรณีที่นายกรัฐมนตรี เชห์บาซ ชารีฟ (Shehbaz Sharif) ได้กล่าวถึงอย่างชัดเจน และประกาศว่า “ให้มีการหยุดยิงทันทีในทุกพื้นที่ รวมถึงเลบานอนและภูมิภาคอื่น ๆ มีผลทันที”

    2- การที่โดรนรุกล้ำเข้าสู่น่านฟ้าอิหร่าน ซึ่งถูกทำลายในเมืองลาร์ (Lar) จังหวัดฟาร์ส (Fars) ถือเป็นการละเมิดอย่างชัดเจนต่อข้อกำหนดที่ห้ามการละเมิดน่านฟ้าอิหร่านเพิ่มเติมใด ๆ

    3- การปฏิเสธสิทธิของอิหร่านในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม (enrichment) ซึ่งถูกระบุไว้ในข้อที่หกของกรอบดังกล่าว

    ขณะนี้ “พื้นฐานที่สามารถใช้เจรจาได้” ดังกล่าว ถูกละเมิดอย่างเปิดเผยและชัดเจนแล้ว แม้กระทั่งก่อนที่การเจรจาจะเริ่มต้น
    ในสถานการณ์เช่นนี้ การหยุดยิงแบบทวิภาคี หรือการเจรจา ถือว่าไม่มีเหตุผลและไม่สมควรเกิดขึ้น


    https://www.facebook.com/share/p/18KfMuZFLj/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    227,954
    ค่าพลัง:
    +97,153
    FB_IMG_1775707048501.jpg

    "อับบาส อารัคชี" รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน โพสต์ข้อความตอบโต้สหรัฐ หลังจากทรัมป์และ เจ.ดี แวนซ์ กลับลำข้อตกลงหยุดยิง โดยไม่ยอมให้เลบานอนเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลง
    .
    เงื่อนไขการหยุดยิงระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ "ชัดเจนและตรงไปตรงมา" : สหรัฐฯ ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างการหยุดยิงหรือการทำสงครามต่อไปผ่านทางอิสราเอล ไม่สามารถมีทั้งสองอย่างได้

    โลกได้เห็นการสังหารหมู่ในเลบานอนแล้ว ตอนนี้เป็นหน้าที่ของสหรัฐฯ ที่จะต้องตัดสินใจว่าจะปฏิบัติตามพันธสัญญาหรือไม่ และโลกกำลังจับตาดูว่าสหรัฐฯ จะปฏิบัติตามพันธสัญญาของตนหรือไม่

    https://www.facebook.com/share/p/16W151QDTg/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    227,954
    ค่าพลัง:
    +97,153
    วิกฤตค่าครองชีพ! สาวอเมริกันระบายความในใจ"ชาตินี้คงไม่มีปัญญาซื้อบ้าน"
    กลายเป็นไวรัลสะท้อนเศรษฐกิจ เมื่อหญิงชาวอเมริกันออกมาเผยความจริงที่น่าตกใจเกี่ยวกับ "ตลาดอสังหาริมทรัพย์" ในพื้นที่ที่เธออยู่ โดยระบุว่าตอนนี้สถานการณ์เข้าขั้น "หายนะ"
    โดยระบุว่าเธอคงไม่มีวันได้เป็นเจ้าของบ้าน เพราะราคาบ้านในแถบที่เธออยู่อาศัยนั้นพุ่งสูงไปอยู่ที่ 500,000 ถึง 1,000,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 18 - 36 ล้านบาท) ทั้งหมดแล้ว
    เธอกล่าวเสริมว่า แม้จะพยายามมองหาบ้านที่เรียบง่ายที่สุด ก็ยังไม่มีหลังไหนราคาต่ำกว่า 500,000 ดอลลาร์เลย

    "ฉันจินตนาการไม่ออกเลยว่าวันหนึ่งจะได้มีบ้านเป็นของตัวเอง ฉันนึกภาพตัวเองย้ายออกจากอพาร์ตเมนต์ไม่ออกเลยจริงๆ... พูดตามตรงนะ มันรู้สึกเหมือนเรากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่มนุษย์จะถูกเหวี่ยงลงมาในนรกขุมนี้ เพราะทุกอย่างมันแพงจนเกินไป ฉันเกลียดที่จะพูดคำนี้เลย แต่มันแพงมากจริงๆ" กลายเป็นไวรัลสะท้อนเศรษฐกิจ

    หนุ่มไทยคนไหนมีเงิน18-36 ล้านบาท อยากแสดงความเมตตา..ทักหาเธอได้!....ฮา!

    https://www.facebook.com/share/v/1HT8Y7AC6H/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 2.mp4
      ขนาดไฟล์:
      2.5 MB
      เปิดดู:
      2
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    227,954
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ธนาคารโลกชี้ชัดเศรษฐกิจไทยปี 69 โตเหลือแค่ 1.3% และโตต่ำสุดใน 5 ชาติชั้นนำอาเซียน ทรุดจากปี 68 ตกต่ำมากถึง -1.1% คาดเวียดนามถึงปีนี้โต 6.3% แต่ขยายตัวอันดับ 1 ในอาเซียน เซ่นสงครามอิหร่าน BTimes

    Apr 9, 2026 รั้งบ้วยอีก! ธนาคารโลกชี้ชัดเศรษฐกิจไทยปี 69 โตเหลือแค่ 1.3% และโตต่ำสุดใน 5 ชาติชั้นนำอาเซียน ทรุดจากปี 68 ตกต่ำมากถึง -1.1% คาดเวียดนามถึงปีนี้โต 6.3% แต่ขยายตัวอันดับ 1 ในอาเซียน เซ่นสงครามอิหร่าน

    อธิตยา แมททู ผู้อำนวยการวิจัยพัฒนา ธนาคารโลก เปิดเผยว่าภาวะเศรษฐกิจประเทศไทยในปี 2026 นี้จะมีอัตราการขยายตัวที่ระดับ 1.3% ส่งผลให้เศรษฐกิจประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะซบเซา และชะลอตัวลงอย่างมากถึง -1.1% เมื่อเทียบกับในปี 2025 ที่เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ระดับ 2.5% สาเหตุจากภาวะสงครามอิหร่านที่ส่งผลกระทบถึงราคาน้ำมันและราคาวัตถุดิบปิโตรเคมีที่ถีบตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและมีแนวโน้มจะอยู่ในระดับสูงต่อไปในระยะยาว อัตราการขยายตัวเศรษฐกิจไทยในปี 2026 ที่มีแนวโน้มสูงว่าจะเติบโตเพียงแค่ 1.3% นั้น ส่งผลให้ประเทศไทยมีภาวะการขยายตัวเศรษฐกิจที่ต่ำที่สุดใน 5 ประเทศชั้นนำของอาเซียนในปีนี้

    ในปีที่ผ่านมานั้น เศรษฐกิจประเทศไทยถึงแม้จะมีสัญญาณการฟื้นตัวในช่วงไตรมาสที่ 4 แต่ในช่วงก่อนหน้านั้น เศรษฐกิจประเทศไทยต้องเผชิญกับความขัดแย้งรุนแรงกับประเทศกัมพูชา ปัจจัยการเมืองที่ไม่มีเสถียรภาพจากรัฐบาลเสียงข้างน้อยในปีที่ผ่านมา และตลาดท่องเที่ยวของไทยสุดต่ำลงจากจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทยน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ รวมถึงค่าเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าอีกด้วย

    เศรษฐกิจเวียดนามได้รับการคาดการณ์จากธนาคารโลกว่าจะมีอัตราการขยายตัวในปี 2026 อยู่ที่ระดับ 6.3% ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจเวียดนามจะได้รับผลกระทบจากภาวะสงครามอิหร่านมากที่สุดใน 5 ประเทศชั้นนำของอาเซียน ซึ่งสะท้อนจากอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจในปี 2025 ที่ขยายตัวสูงมากถึง 8.02% และในไตรมาสที่ 1 ปีนี้ เวียดนามเติบโตที่ 7.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมาก็ตาม แต่เศรษฐกิจเวียดนามยังคงมีการเติบโตสูงที่สุดใน 5 ชาติชั้นนำอาเซียนของปีนี้

    สำหรับเศรษฐกิจประเทศฟิลิปปินส์ธนาคารโลกคาดการณ์ว่าจะขยายตัวที่ระดับ 3.7% ซึ่งเป็นการชะลอตัวลงจากในปี 2025 ที่ฟิลิปปินส์ขยายตัวได้ที่ระดับ 4.4% เมื่อเทียบกับในปี 2024 ท่ามกลางรัฐบาลประเทศฟิลิปปินส์ได้ประกาศภาวะพลังงานฉุกเฉินแห่งชาติ ซึ่งเป็นประเทศแรกในแถบเอเชียที่ประกาศภาวะดังกล่าวท่ามกลางวิกฤตราคาน้ำมันดิบตลาดโลก

    ธนาคารโลกยังได้คาดการณ์ต่อไปว่าเศรษฐกิจของประเทศอินโดนีเซียซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศอาเซียนจะขยายตัวในปีนี้ที่ระดับ 4.7% ซึ่งลดลงจากในปี 2025 ที่อินโดนีเซียเติบโตที่ระดับ 5.1% สำหรับเศรษฐกิจประเทศมาเลเซียนั้นธนาคารโลกคาดว่าจะเติบโตในปี 2026 ที่ระดับ 4.4% ซึ่งลดลงจากในปีที่ผ่านมาที่ขยายตัวแตะ 5.2%

    https://www.facebook.com/share/p/1FUC7AHaeB/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    227,954
    ค่าพลัง:
    +97,153
    8.00 น.ราคาน้ำมันดิบโลกในเอเชียดีดกลับเกือบ 3% ราคาไนเม็กซ์สหรัฐ 96.99 ดอลล์ +2.58$(+2.7%) ราคาเบร็นท์อังกฤษ 97.14 ดอลล์ +2.39$(+2.5%) อิหร่านกล่าวหาสหรัฐละเมิด 3 จาก 10 ข้อแผนหยุดยิง BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/1Asef3oL2T/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    227,954
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Fed เปลี่ยนเกม! ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง เพราะ “สงครามดันเงินเฟ้อ” โลกการเงินกำลังตึงตัว

    Fed ไม่ได้กำลัง “ผ่อนคลาย” อย่างที่ตลาดหวัง…
    แต่กำลัง “เตรียมเข้มงวดมากขึ้น” อีกครั้ง

    รายงานการประชุม Fed (FOMC Minutes) เดือนมีนาคม 2026
    เผยให้เห็นสัญญาณสำคัญว่า…

    **มีกรรมการจำนวนมากขึ้น เริ่มเปิดรับแนวคิด “ขึ้นดอกเบี้ย” อีกครั้ง**

    ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ตลาดเคยเชื่อว่า
    ปี 2026 จะเป็นปีของ “การลดดอกเบี้ย”

    ---

    ### จุดเปลี่ยนสำคัญคือ “เงินเฟ้อจากสงคราม”

    ต้นเหตุหลัก ไม่ได้มาจากเศรษฐกิจร้อนแรง
    แต่เป็น “สงคราม” ที่ดันราคาพลังงานขึ้น

    * ราคาน้ำมันเคยพุ่งทะลุ $120 ต่อบาร์เรล
    * เส้นทางขนส่งอย่าง Strait of Hormuz ถูกกระทบ
    * Supply พลังงานโลกสะดุดทันที

    สิ่งนี้เรียกว่า **Supply Shock**
    ซึ่งเป็นเงินเฟ้อที่ “ควบคุมยากมาก” ด้วยดอกเบี้ย

    แต่ปัญหาคือ…

    **Fed ไม่สามารถปล่อยให้เงินเฟ้อหลุดเป้า 2% ได้**

    เพราะถ้าคนเริ่มเชื่อว่า
    “เงินเฟ้อจะสูงตลอดไป”

    มันจะกลายเป็นวงจรอันตรายทันที

    ---

    ### ทำไม Fed ต้อง Hawkish (เข้มงวด)?

    คำว่า “Hawkish” แปลตรง ๆ คือ
    **นโยบายการเงินที่เน้นควบคุมเงินเฟ้อเป็นหลัก**

    เครื่องมือหลักคือ

    * ขึ้นดอกเบี้ย
    * คุมสภาพคล่อง
    * ทำให้เงินไหลเข้าสู่ระบบน้อยลง

    เหตุผลที่ Fed ต้องทำแบบนี้คือ

    เพื่อ “รักษาความน่าเชื่อถือ” ของระบบการเงิน
    เพื่อ “กดเงินเฟ้อ” ไม่ให้ฝังลึกในเศรษฐกิจ
    เพื่อ “ควบคุม expectation ของตลาด”

    แม้จะรู้ว่า…
    ต้นเหตุจริง ๆ มาจากสงคราม ไม่ใช่เศรษฐกิจร้อนแรงก็ตาม

    ---

    ### แต่ปัญหาคือ…ยิ่งขึ้นดอกเบี้ย โลกยิ่งเสี่ยง

    นี่คือสิ่งที่น่าสนใจมาก

    * ถ้าขึ้นดอกเบี้ย → เงินเฟ้ออาจลด
    * แต่ → เศรษฐกิจจะชะลอ
    * และ → ตลาดการเงินจะ “ตึงตัวทันที”

    ตอนนี้ Fed กำลังอยู่ในจุดที่เรียกว่า

    > “เลือกเจ็บแบบไหน”

    ---

    ### ผลกระทบต่อ Crypto (สำคัญมาก)

    ข่าวนี้ถือว่า “ไม่ดี” สำหรับ Bitcoin และ Crypto ในระยะสั้น

    เพราะ…

    **1. ดอกเบี้ยสูง = เงินหายจากตลาด**

    * สภาพคล่องลดลง
    * นักลงทุนเอาเงินไปถือสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น

    **2. Dollar แข็งค่า**

    * เมื่อ Fed Hawkish → เงินดอลลาร์แข็ง
    * Bitcoin (ที่ราคาเป็น USD) จะโดนกดทันที

    **3. Risk Appetite ลด**

    * คนกล้าลงทุนน้อยลง
    * Crypto = สินทรัพย์เสี่ยง → โดนขายก่อน

    ช่วงที่ผ่านมา
    Bitcoin เคยโดนกดลงใกล้ $70,000
    เพราะ sentiment แบบนี้

    ---

    ### แต่ยังมี “ทางออก” ที่ตลาดกำลังจับตา

    สิ่งเดียวที่จะช่วยคลายสถานการณ์ได้คือ

    **สงครามต้องเบาลง**
    **ราคาน้ำมันต้องลดลง**

    ถ้าเกิด “ceasefire จริง”
    และน้ำมันกลับลงมาในโซน $80–90

    Fed อาจไม่จำเป็นต้อง Hawkish มาก

    ---

    ### มุมวิเคราะห์ (สำคัญที่สุด)

    นี่คือภาพใหญ่ที่ต้องเข้าใจ

    * เงินเฟ้อรอบนี้ “ไม่ปกติ”
    * มันไม่ได้เกิดจากคนใช้เงินเยอะ
    * แต่มาจาก “โลกกำลังมีปัญหา”

    ดังนั้น…

    การขึ้นดอกเบี้ย = แก้ปลายเหตุ
    แต่ Fed “จำเป็นต้องทำ”

    ---

    ### สรุปเกมตอนนี้

    * Fed เริ่ม “เอียง Hawkish” ชัดเจน
    * ตลาดเริ่ม “เลิกหวังลดดอกเบี้ย”
    * Crypto และสินทรัพย์เสี่ยง = เจอแรงกดดัน

    แต่ในอีกมุมหนึ่ง…

    ถ้าโลกกลับมาสงบเมื่อไร
    เงินจำนวนมหาศาลที่ถูกกดไว้

    **อาจไหลกลับเข้าสู่ตลาดเร็วมาก**

    ---

    เกมนี้ไม่ใช่แค่ “เศรษฐกิจ”
    แต่มันคือเกมของ “สงคราม + พลังงาน + การเงินโลก”

    และตอนนี้…

    เราอยู่ตรงกลางของพายุแล้วครับ

    https://www.facebook.com/share/18MVrCvt4a/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    227,954
    ค่าพลัง:
    +97,153
    หยุดยิงแค่ชื่อ?” ดีลสหรัฐฯ–อิหร่านเริ่มสั่นคลอน หลังเลบานอนเดือดหนัก เสี่ยงล่มทั้งกระดาน

    หยุดยิงแล้ว…แต่สงครามยังไม่หยุด

    นี่คือภาพจริงของ “ดีลหยุดยิง 2 สัปดาห์” ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่เพิ่งประกาศไปเมื่อ 7 เมษายน 2569
    ซึ่งตอนนี้เริ่มมีรอยร้าวอย่างชัดเจน

    ดีลนี้เกิดขึ้นภายใต้แรงกดดันมหาศาล
    เพราะโลกกำลังกลัวสิ่งเดียวกัน — “น้ำมันจะพุ่ง”

    เงื่อนไขหลักคือ
    อิหร่านต้องเปิดช่องแคบ “ฮอร์มุซ” ให้เรือขนส่งน้ำมันผ่านได้
    เพื่อหยุดวิกฤตพลังงานโลก

    แต่ปัญหาคือ…
    “สองฝ่ายเข้าใจดีลนี้ไม่เหมือนกันตั้งแต่แรก”

    ---

    ### จุดแตกหัก: “เลบานอน”

    ฝั่งสหรัฐฯ และอิสราเอลบอกชัด
    เลบานอน “ไม่อยู่ในดีล”

    แต่ฝั่งอิหร่านกลับเข้าใจว่า
    ดีลนี้ครอบคลุม “ทุกแนวรบ”

    และนี่คือชนวนที่ทำให้ดีลเริ่มพัง

    ---

    ### ⚠️ สิ่งที่เกิดขึ้นหลังหยุดยิง (แค่ 1-2 วัน)

    * อิสราเอลเปิดฉากโจมตีเลบานอนอย่างหนัก
    * โจมตีหลายร้อยครั้งในช่วงเวลาสั้น ๆ
    * มีผู้เสียชีวิต 182 – 300 คน และบาดเจ็บมากกว่า 1,000 คน

    นี่ถือเป็นหนึ่งในการโจมตีที่รุนแรงที่สุดในช่วงหลัง

    ฝั่งอิหร่านตอบโต้ทันที
    ด้วยการ “ขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซ” อีกครั้ง

    พร้อมประกาศว่า
    ถ้าอิสราเอลยังโจมตีเลบานอน
    อิหร่านจะ “ถอนตัวจากดีลหยุดยิงทันที”

    ---

    ### เกมที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง

    ถ้ามองลึกลงไป…
    ดีลนี้ไม่ใช่แค่เรื่องหยุดยิง

    แต่มันคือ “เกมภูมิรัฐศาสตร์”

    #### ฝั่งสหรัฐฯ – อิสราเอล

    ต้องการ “ลดความเสี่ยงน้ำมันพุ่ง”
    แต่ยังเปิดทางให้อิสราเอลจัดการเฮซบอลเลาะห์ต่อ

    พูดง่าย ๆ คือ
    “หยุดสงครามใหญ่ แต่ปล่อยสงครามย่อย”

    #### ฝั่งอิหร่าน

    มองว่าเลบานอน = เส้นแดง

    เพราะเฮซบอลเลาะห์คือ proxy สำคัญ
    ถ้าถูกโจมตี เท่ากับอิหร่านโดนโจมตีทางอ้อม

    การขู่ปิดฮอร์มุซ
    จึงเป็น “อาวุธเศรษฐกิจ”

    เพราะช่องแคบนี้ขนส่งน้ำมันโลกประมาณ 20%

    ---

    ### ความเสี่ยงที่ตลาดกำลังจับตา

    ตอนนี้สิ่งที่อันตรายที่สุด
    ไม่ใช่แค่ “การยิงกัน”

    แต่คือ “การตีความไม่ตรงกัน”

    เพราะมันทำให้ดีลนี้กลายเป็น
    “หยุดยิงบนกระดาษ”

    ถ้าอิหร่านถอนตัวจริง
    สิ่งที่จะเกิดขึ้นทันทีคือ

    * การโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน
    * ราคาน้ำมันพุ่ง
    * ความขัดแย้งขยายวง

    และอาจลากโลกเข้าสู่
    “สงครามที่ใหญ่กว่าเดิม”

    ---

    ### จุดชี้ชะตา: วันศุกร์นี้

    การเจรจาที่ปากีสถาน
    คือ “ตัวตัดสิน”

    ถ้าตกลงเรื่องเลบานอนไม่ได้
    ดีลนี้อาจอยู่ได้ “แค่ไม่กี่วัน”

    ---

    สรุปสั้น ๆ

    นี่ไม่ใช่ดีลที่จบสงคราม
    แต่มันคือ “การซื้อเวลา”

    และตอนนี้…
    เวลานั้นกำลังจะหมดลงเร็วมาก

    https://www.facebook.com/share/p/18SnqyNM5K/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    227,954
    ค่าพลัง:
    +97,153
    หยุดยิงแล้ว แต่น้ำมันหยุดไหล… ฮอร์มุซเงียบสนิท ไม่มีเรือพลังงานผ่านแม้แต่ลำเดียว

    หยุดยิง… แต่โลกกลับนิ่งกว่าเดิม

    หลังการประกาศ ceasefire ระหว่างฝั่งตะวันออกกลาง
    สิ่งที่ควรเกิดขึ้นคือ “ความโล่งใจของตลาด”

    แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริง คือ
    ไม่มีเรือบรรทุกน้ำมัน หรือก๊าซ
    ผ่านช่องแคบฮอร์มุซเลยแม้แต่ลำเดียว

    มีเพียงเรือสินค้าแห้ง (dry cargo) แค่ 4 ลำเท่านั้น

    นี่ไม่ใช่เรื่องปกติ

    เพราะช่องแคบฮอร์มุซ คือ “เส้นเลือดใหญ่ของพลังงานโลก”
    ที่มีน้ำมันกว่า 20% ของโลกต้องไหลผ่านทุกวัน

    แต่ตอนนี้… มันเหมือนเส้นเลือดที่หยุดเต้น

    คำถามสำคัญคือ
    “หยุดยิงจริง… หรือแค่หยุดยิงบนกระดาษ?”

    เพราะถ้าสถานการณ์ปลอดภัยจริง
    เรือบรรทุกน้ำมันควรกลับมาเดินทันที

    แต่สิ่งที่เกิดขึ้น
    สะท้อนว่าผู้เล่นในตลาดพลังงาน “ยังไม่เชื่อ”

    บริษัทน้ำมัน
    บริษัทขนส่ง
    รวมถึงประกันภัย

    ทุกคนกำลังคิดเหมือนกันว่า
    “ความเสี่ยงยังอยู่”

    และนี่คือจุดที่น่ากลัวที่สุด

    เพราะมันหมายความว่า
    แม้จะไม่มีสงครามเปิดหน้า

    แต่ “ความไม่มั่นใจ”
    กำลังทำให้โลกพลังงานหยุดชะงัก

    ผลกระทบจะไม่ใช่แค่เรื่องน้ำมัน

    แต่จะลามไปถึง

    * เงินเฟ้อ
    * ต้นทุนขนส่ง
    * ราคาสินค้า
    * และเศรษฐกิจโลกทั้งหมด

    ในอีกมุมหนึ่ง
    นี่คือสัญญาณที่ตลาดกำลังบอกเราแบบเงียบๆ ว่า

    “ความเสี่ยงยังไม่จบ”

    และบางครั้ง…
    สิ่งที่น่ากลัวที่สุด
    ไม่ใช่สงคราม

    แต่คือช่วงเวลาที่
    ทุกอย่าง “ดูเหมือนสงบ” แต่ไม่มีใครกล้าเดินต่อ

    https://www.facebook.com/share/p/1Dg2i5hSsZ/
     

แชร์หน้านี้

Loading...