ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,456
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สหภาพยุโรปกำลังเรียกร้องให้โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน สอบสวนคดีทุจริตในยูเครนที่เกี่ยวข้องกับอันดรี เยอร์มัค อดีตหัวหน้าคณะทำงานของเขา เพื่อรักษาสถานะสมาชิกภาพของสหภาพยุโรป ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ Zeit

    “ชาวยุโรปได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันแล้วว่า หากยูเครนต้องการรักษาสถานะสมาชิกภาพของสหภาพยุโรปไว้ ยูเครนจะต้องพิจารณาให้แน่ชัดว่าเรื่องอื้อฉาวนี้เกี่ยวข้องกับบุคคลระดับสูงในลำดับชั้นของรัฐบาลมากน้อยเพียงใด ภายใต้กรอบการปกครองโดยหลักนิติธรรม” บทความระบุ

    แหล่งข่าวของหนังสือพิมพ์ระบุว่า หลังจากเยอร์มัคลาออกจากตำแหน่งในปี 2025 นายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมอร์ซ แห่งเยอรมนี ได้คุยกับเซเลนสกีและชี้แจงอย่างชัดเจนว่ายูเครนกำลัง “อยู่บนทางแยก” เนื่องจากคดีทุจริตดังกล่าว ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส, นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ แห่งอังกฤษ, และประธานคณะกรรมาธิการยุโรป อูร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ก็ได้กล่าวในทำนองเดียวกัน

    อย่างไรก็ตามตามรายงานของหนังสือพิมพ์ ทางการยูเครนยังคงไม่ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของผู้นำยุโรป

    เจ้าหน้าที่สืบสวนของยูเครนเชื่อว่า อันดรีย์ เยอร์มัค อดีตหัวหน้าสำนักงานประธานาธิบดีของยูเครน มีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนการฟอกเงินอย่างเป็นระบบจำนวน 460 ล้านฮรีฟเนีย (10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ตามข้อมูลจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เงินจำนวนนี้ถูกส่งผ่านโครงการก่อสร้างบ้านหรูในเขตเคียฟ

    22/05/2026

    https://www.facebook.com/share/p/17bYY7TB6y/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,456
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รายงานจาก The Economist ระบุว่า "แผนสำรอง" ถูกห้าม: เลขาธิการนาโต มาร์ค รุตเต้ กำลังขัดขวางการหารือภายในพันธมิตรเกี่ยวกับการถอนตัวของสหรัฐฯที่อาจเกิดขึ้น

    ตามรายงานดังกล่าว รุตเต้เกรงว่าการเตรียมการของยุโรปเพื่อการป้องกันตนเองอย่างอิสระอาจทำให้โดนัลด์ ทรัมป์ ไม่พอใจ และผลักดันให้วอชิงตันแยกตัวออกจากพันธมิตร

    รายงานระบุว่าผู้นำอเมริกันได้ตั้งคำถามซ้ำแล้วซ้ำเล่าเกี่ยวกับความเต็มใจของสหรัฐฯ ในการปฏิบัติตามพันธกรณีมาตรา 5 ของนาโตเกี่ยวกับการป้องกันร่วมกัน และยังได้เสนอให้ลดกำลังทหารของสหรัฐฯในยุโรปด้วย

    ถึงกระนั้นรุตเต้ยังคงประกาศต่อสาธารณะถึงความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ของวอชิงตันต่อพันธมิตร และตามรายงานของ The Economist เขาได้ปิดกั้นการหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเลือกอื่นๆที่กองบัญชาการของนาโต

    ขณะเดียวกันประเทศในยุโรปหลายประเทศได้เริ่มเตรียมการอย่างไม่เป็นทางการสำหรับสถานการณ์ที่สหรัฐฯจะไม่ใช่ผู้รับประกันความมั่นคงหลักของสหภาพยุโรปอีกต่อไป ทางเลือกที่เป็นไปได้ได้แก่ การเสริมสร้างโครงสร้างของยุโรปภายในนาโต้, การสร้างพันธมิตรป้องกันประเทศใหม่, และการพัฒนาโครงสร้างที่มีอยู่แล้ว รวมถึงกองกำลังร่วมปฏิบัติการทางทหาร (Joint Expeditionary Force) ที่นำโดยสหราชอาณาจักร

    22/05/2026


    https://www.facebook.com/share/p/1CDpx1h3RE/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,456
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ภาพถ่ายดาวเทียมใหม่ของท่าจอดโดรนในหมู่บ้านซิมบูโลวา ในภูมิภาคโอริออล แสดงให้เห็นการก่อสร้างแท่นปล่อยโดรนเพิ่มเติมอีก 10 แท่น สำหรับโดรนโจมตีพลีชีพแบบเจ็ท Geran-5

    ▪️ถัดจากแท่นปล่อย Geran-5 ที่มีอยู่เดิม กำลังมีการก่อสร้างพื้นที่จอดเพิ่มเติมอีก 4 แห่ง สำหรับแท่นปล่อยอีก 4 แท่น

    ▪️ในส่วนทางใต้ของท่าจอดโดรน กำลังมีการก่อสร้างพื้นที่จอดสำหรับแท่นปล่อย Geran-5 เพิ่มอีก 6 แท่น และโครงสร้างคอนกรีตสำหรับเก็บโดรนอีก 8 แห่ง

    การขยายแท่นปล่อยโดรนนี้เป็นการยืนยันคำแถลงล่าสุดของกองบัญชาการข่าวกรองหลักเกี่ยวกับแผนการของกองทัพรัสเซียที่จะเพิ่มจำนวนโดรนแบบเจ็ทอย่างจริงจัง และในอนาคตจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 50 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนโดรนระยะไกลทั้งหมดที่ปล่อย

    ปัจจุบันการปล่อย Geranium-5 ดำเนินการจากสนามบินโดเนตสก์และท่าเทียบโดรนในเมืองซิมบูโลวา
    FB_IMG_1779456097661.jpg FB_IMG_1779456100264.jpg FB_IMG_1779456102095.jpg FB_IMG_1779456104541.jpg
    21/05/2026

    https://www.facebook.com/share/p/1DvNKyupzj/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,456
    ค่าพลัง:
    +97,153
    F-47 – เงินจะไปอยู่ที่ไหน?

    จากเอกสารอย่างเป็นทางการของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เรามาพิจารณาโครงสร้างการจัดสรรงบประมาณโดยละเอียดสำหรับปีงบประมาณที่จะถึงนี้สำหรับเครื่องบินขับไล่ F-47 ซึ่งเป็นเครื่องบินขับไล่ยุคที่หกที่กำลังพัฒนาภายใต้โครงการ ‘Next Generation Air Dominance’ (NGAD)

    สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ งบประมาณสำหรับ F-47 เหล่านี้ได้รับการจัดสรรภายใต้งบประมาณกลาโหมพื้นฐาน (งบประมาณตามดุลยพินิจ) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคำขอของเพนตากอนที่สภาคองเกรสสหรัฐฯไม่ได้ ‘แตะต้อง’ มานานกว่า 60 ปีแล้ว กล่าวอีกนัยหนึ่งโอกาสที่งบประมาณจะได้รับการจัดสรรสำหรับรายการเหล่านี้ใกล้เคียงกับ 100 เปอร์เซ็นต์

    งบประมาณเพิ่มเติมจะถูกส่งผ่านร่างกฎหมายการปรับงบประมาณ และนี่คือจุดที่อะไรก็เกิดขึ้นได้ สมาชิกสภานิติบัญญัติสามารถ ‘เพิ่ม’ และ ‘ตัด’ งบประมาณได้

    ค่าใช้จ่ายภายใต้หมวด ‘การวิจัย, พัฒนา, ทดสอบ, และประเมินผล’ (RDT&E) ไม่ได้ตกเป็นของบริษัทผู้รับเหมาหลักอย่างโบอิ้งเพียงฝ่ายเดียว บริษัทนี้รับผิดชอบในส่วนของ ‘การพัฒนาด้านวิศวกรรมและการผลิต’ (EMD) ซึ่งครอบคลุมถึงการออกแบบ, การผลิตต้นแบบ, และการทดสอบภาคพื้นดิน

    แต่ยังมีรายการ ‘การบูรณาการระบบ’ ซึ่งรวมถึงการปรับแต่งเครื่องยนต์, ระบบอิเล็กทรอนิกส์การบิน, และระบบต่างๆทั่วทั้งเครื่องบินให้เข้ากับโครงสร้างลำตัวเครื่องบิน เป็นที่ชัดเจนว่าโบอิ้งจะ ‘ส่งต่อ’ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ให้กับผู้รับเหมาช่วง

    ส่วนประกอบค่าใช้จ่ายอีกอย่างหนึ่งคือการเตรียมการสำหรับการบินทดสอบครั้งแรก ซึ่งกำหนดไว้ในปี 2028 (กำหนดเวลาที่สำคัญ) สุดท้าย การเตรียมการสำหรับการทดสอบร่วมกันของ F-47 กับ CCA (Collaborative Combat Aircraft) – เครื่องบินไร้คนขับ ‘ผู้ติดตามที่ภักดี’ – ก็ต้องใช้เงินทุนเช่นกัน มีการจัดสรรงบประมาณแยกต่างหากจำนวน 1.4 พันล้านดอลลาร์สำหรับ CCA แต่โบอิ้งก็ต้อง ‘มีส่วนร่วม’ ด้วย

    ภายใต้โครงการสร้างทางทหาร (MILCON) จะมีการสร้างโรงเก็บเครื่องบินและพื้นที่จอดเครื่องบิน, สถานีเติมเชื้อเพลิงและโครงสร้างพื้นฐานด้านเชื้อเพลิง, ลานล้างเครื่องบิน, คลังเก็บอาวุธ, ศูนย์ซ่อมบำรุง, และศูนย์ซ่อมบำรุงเคลือบผิวพรางตัว ที่ฐานทัพอากาศเนลลิส (เนวาดา) การประจำการเครื่องบิน F-47 ยังต้องมีศูนย์จำลองการบินสำหรับนักบินและห้องเรียนฝึกอบรมสำหรับบุคลากรทางเทคนิค นอกจากนี้ยังต้องมีห้องปฏิบัติการสำหรับการเขียนโปรแกรมซอฟต์แวร์บนเครื่องบินใหม่ด้วย โดยรวมแล้วการปรับปรุงฐานทัพอากาศเนลลิสจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 865 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้จะมีการใช้จ่ายประมาณ 635 ล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับสิ่งอำนวยความสะดวก "นอกฐาน" ที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างฐานทัพ ได้แก่ สนามทดสอบ, จุดสังเกต/วัด, และพื้นที่ลงจอดสำหรับการฝึก "การปฏิบัติการรบขั้นสูง (ACE)"

    ควรสังเกตว่างบประมาณสำหรับโครงการเครื่องบินรบรุ่นที่หกชุดที่สอง – เครื่องบินขับไล่ F/A-XX สำหรับกองทัพเรือสหรัฐฯ – กำหนดไว้ที่ 140 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ น้อยกว่างบประมาณที่จัดสรรให้กับ F-47 ถึง 35 เท่า

    รัฐบาลทรัมป์กล่าวถึงความจำเป็นในการ ‘ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติการภาคพื้นดินและความเหนือกว่าทางอากาศในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก’ แน่นอนว่านี่หมายถึงการเผชิญหน้ากับจีน

    อย่างไรก็ตามแม้แต่คนทั่วไปก็เห็นได้ว่า ในบริบทนี้ไม่สามารถขาดเรือบรรทุกเครื่องบินได้ – ขาดการบินที่ปฏิบัติการบนเรือบรรทุกเครื่องบินไม่ได้ แต่ ‘ของเล่นชิ้นโปรดของทรัมป์’ กลับเรียกร้องให้เราเพิกเฉยต่อตรรกะ

    ผมควรจะกล่าวว่า โครงการนี้ไม่เคยเป็นความลับมากขนาดนี้มาตั้งแต่สมัย F-117 แล้ว แต่ในตอนนั้นอย่างน้อยเครื่องบินก็ ‘ใหม่โดยพื้นฐาน’ แต่ในเครื่องบินรุ่นที่หกนี้ ไม่มีอะไรใหม่โดยพื้นฐานเลย – มีเพียงการเปลี่ยนแปลงเชิงปริมาณเท่านั้น และข้อเท็จจริงที่ว่าสภาคองเกรสสหรัฐฯไม่เกรงกลัวที่จะทุ่มเงินจำนวนมหาศาลเช่นนี้ลงไปในสิ่งที่โดยพื้นฐานแล้วเป็นเหมือน 'ของไม่มีตัวตน' นั้น เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจ...

    21/05/2026

    https://www.facebook.com/share/p/17VjF47B5T/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,456
    ค่าพลัง:
    +97,153
    หมากจนตรอกยุโรป: เมื่อ ‘คำสั่งคว่ำบาตร’ กลายเป็นบ่วงรัดคอ จนต้องซมซานไปง้อ ‘มาร์เกล’ เปิดดีลลับกับปูติน

    #สหภาพยุโรป (EU) กำลังเผชิญหน้ากับภาวะ “กลืนไม่เข้าคายไม่ออก” ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การทูต หลังจากสื่อยักษ์ใหญ่อย่าง Financial Times และ The Independent รายหลังแฉว่า บรรดาชาติสมาชิก EU กำลังเปิดโต๊ะเจรจาลับเพื่อเตรียมส่ง #อังเกลา_มาร์เกล (Angela Merkel) #อดีตนายกรัฐมนตรีเยอรมนี คืนสู่สนามรบเพื่อเป็นตัวแทนไปเปิดช่องทางสื่อสารอย่างเป็นทางการกับรัสเซียอีกครั้ง

    นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่สะท้อนความล้มเหลวเชิงยุทธศาสตร์ของยุโรป ซึ่งสามารถจำแนกประเด็นชำแหละได้ดังนี้:

    1. หวาดระแวงโดน ‘ทรัมป์’ เทขาย: ยุโรปกลัวตกขอบกระดานอำนาจ

    นับตั้งแต่ปี 2565 #ยุโรป เลือกที่จะดำเนินนโยบายตามก้น #สหรัฐฯ ด้วยการตัดขาดทางการทูตและ #คว่ำบาตรรัสเซีย อย่างสุดโต่ง แต่ในวันนี้ (พฤษภาคม 2569) ความจริงอันเจ็บปวดกำลังไล่ล่าพวกเขา:

    -การเจรจาที่ไร้เงาความมั่นคงยุโรป: รัฐบาลวอชิงตันภายใต้การนำของ โดนัลด์ #ทรัมป์ กำลังเปิดเกมดีลลับกับ #รัสเซีย และ #ยูเครน โดยแทบไม่เห็นหัวยุโรป

    -กลัวโดนยัดเยียดสัญญาทาส: ยุโรปตระหนักดีว่าหากปล่อยให้อเมริกาคุมเกมฝ่ายเดียว พวกเขาอาจต้องยอมรับข้อตกลงสันติภาพที่เสียเปรียบ ทั้งเรื่องพรมแดนและความมั่นคงพลังงาน

    -คำอนุญาตแกมสมเพช: ล่าสุดรัฐบาลสหรัฐฯ ส่งสัญญาณบอก EU ว่า “ไม่คัดค้าน” หากยุโรปจะไปหาทางคุยกับรัสเซียเองนอกรอบ นั่นทำให้รัฐมนตรีต่างประเทศ EU ต้องรีบเต้นเตรียมดิ่งไปประชุมด่วนที่ไซปรัสสัปดาห์หน้าเพื่อหาคนไปคุยกับเครมลิน

    2. สิ้นไร้ไม้ตอกจนต้องกราบเชิญ ‘คุณแม่วัยเกษียณ’

    การที่รายชื่อตัวแทนหลุดออกมาเป็น อังเกลา มาร์เกล และ มาริโอ ดรากี (อดีตประธาน Option ธนาคารกลางยุโรป) คือเครื่องพิสูจน์ว่า ผู้นำยุโรปยุคปัจจุบันขาดทั้งบารมีและวิสัยทัศน์ที่จะต่อกรกับ วลาดิเมียร์ #ปูติน

    -คำตบหน้าจากมาร์เกล: ตัวมาร์เกลเองเพิ่งหลุดปากวิจารณ์รุ่นน้องในสภาเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมอย่างเจ็บแสบว่า “ยุโรปผิดพลาดมหันต์ที่ประเมินปูตินต่ำเกินไป และที่ผ่านมาเราไม่เคยใช้ศักยภาพทางการทูตที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์เลย”

    -หมดราคาทางการทูต: ก่อนหน้านี้รัสเซียเคยเสนอชื่อ เกอร์ฮาร์ด ชโรเดอร์ (อดีตนายกฯ เยอรมนีสายโปรแก๊สรัสเซีย) มาเป็นตัวกลาง แต่ยุโรปทำเป็นหยิ่งปฏิเสธ มาวันนี้พอตอจ่อคอหอย กลับต้องซมซานมาง้อมาร์เกล ชายหญิงผู้เฒ่าที่พวกเขาเคยตราหน้าว่าดำเนินนโยบายผิดพลาดในอดีต

    3. เส้นตายเดือนมิถุนายน: สัญญาณเตรียมยกธงขาวทางเศรษฐกิจ

    อันโตนิโอ กอสตา ประธานสภายุโรป ยอมรับหน้าชื่นตาบานว่ากำลังเตรียมการสำหรับ “ความเป็นไปได้” ในการเจรจาขั้นเป็นทางการกับรัสเซีย โดยตั้งเป้าจะเคาะข้อสรุปในงานซัมมิตเดือนมิถุนายนนี้

    ‘การทำตัวเป็นนักเลงโตตามก้นลูกพี่ใหญ่’ โดยไม่มีการสำรองยุทธศาสตร์ของตัวเอง สุดท้ายผลลัพธ์คือความพินาศพังทลาย ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ผู้นำยุโรปรุ่นใหม่เน้นเล่นใหญ่คว่ำบาตรพลังงานรัสเซียจนภาคอุตสาหกรรมในบ้านตัวเองพิการ ค่าครองชีพพุ่งฉูด ทว่าพออเมริกาเปลี่ยนขั้วอำนาจและทำท่าจะเซ็นสัญญาตัดหน้า ยุโรปกลับตื่นตระหนกตาเหลือกรัว ๆ กลัวจะกลายเป็นแค่ ‘เบี้ย’ ที่โดนทิ้ง
    การพยายามดึงมาร์เกลกลับมาในเดือนพฤษภาคม 2569 ไม่ใช่หมากรุกชั้นครูเพื่อไปประกาศชัยชนะ แต่อัตลักษณ์มันคือ ‘การวิ่งหาทางลงแบบเสียหน้าน้อยที่สุด’ เพื่อขอร้องให้ปูตินช่วยเปิดท่อส่งแก๊สและพลังงานมาจุนเจืออุตสาหกรรมเยอรมนีที่กำลังล้มละลาย ปากบอกไม่ก้มหัวให้เผด็จการ แต่หลังบ้านรีบส่งผู้เฒ่าไปเจรจาขอขมา นี่แหละความตลกร้ายของการทูตยุโรปยุคปัจจุบัน

    #ChinaFocus

    https://www.facebook.com/share/1E4hHLhUXK/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,456
    ค่าพลัง:
    +97,153
    นอร์เวย์ฉีกดีลขีปนาวุธมาเลเซีย อ้างภัยรัสเซีย แต่กลิ่นอาย ‘คว่ำบาตรเงียบ’ ของอเมริกาโชยหึ่ง

    กลายเป็นวิกฤตศรัทธาและความมั่นคงครั้งใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อ #นอร์เวย์ ประกาศกร้าวระงับการส่งมอบ #ระบบขีปนาวุธต่อต้านเรือรบ Naval Strike Missile (NSM) ให้แก่ #มาเลเซีย อย่างกะทันหัน ทั้งที่รัฐบาลกัวลาลัมเปอร์จ่ายเงินค่างวดไปแล้วถึง 95% ของมูลค่าสัญญา 126 ล้านยูโร (ราว 146.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) แถลงการณ์ฉีกสัญญาฝ่ายเดียวครั้งนี้ ส่งผลให้เสถียรภาพการทูตและยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศของมาเลเซียพังทลายลงทันที

    นี่ไม่ใช่แค่เรื่องการซื้อขายอาวุธสะดุด แต่คือภาพสะท้อนของการใช้อำนาจบาตรใหญ่ในเวทีโลก ซึ่งสามารถชำแหละประเด็นที่เจ็บแสบตรงไปตรงมาได้ดังนี้:

    1. สหรัฐฯ รีบปัดสอย: "ผมไม่เกี่ยว" แต่ชิ้นส่วนข้างในนั่นแหละตัวดี

    หลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าการที่นอร์เวย์ล้มดีลนี้ เป็นเพราะถูกบงการโดยรัฐบาลวอชิงตัน ทาง #สหรัฐฯ จึงต้องรีบออกแถลงการณ์ปฏิเสธพัลวัน:

    -ข้ออ้างเรื่อง Gyroscope: สื่อความมั่นคงระดับโลกอย่าง USNI News แฉว่า ชนวนเหตุที่แท้จริงอาจมาจาก ชิ้นส่วนไจโรสโคป (#Gyroscope) ซึ่งเป็น #ระบบนำวิถีอัจฉริยะ ที่ผลิตโดย #สหรัฐฯ ซึ่งติดตั้งอยู่ภายในขีปนาวุธ NSM ของนอร์เวย์

    -กับดักกฎหมายควบคุมการส่งออก: การมีชิ้นส่วนของอเมริกาทำให้ขีปนาวุธนี้ตกอยู่ใต้เงื่อนไขข้อจำกัดทางทหารของสหรัฐฯ ทันที โดยกฎระเบียบระบุว่าเทคโนโลยีอ่อนไหวนี้จะขายให้ได้เฉพาะประเทศสมาชิก #NATO หรือประเทศพันธมิตรใกล้ชิด 35 ชาติเท่านั้น ซึ่งมาเลเซียไม่ได้อยู่ในกลุ่มดังกล่าว

    -คำแก้ตัวแบบรักษาหน้าน้ำมิตร: เดวิด เอช. แกมเบิล อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำมาเลเซีย พยายามกู้หน้าด้วยการแถลงว่า สหรัฐฯ สนับสนุนมาเลเซียในการปกป้องอธิปไตย และอ้างว่าในปี 2024 อเมริกาเป็นผู้ช่วยอำนวยความสะดวกในการบูรณาการระบบนำวิถีนี้ให้เองด้วยซ้ำ แต่อัตลักษณ์ของเงื่อนงำครั้งนี้ก็ยังทำให้ชาติผู้ซื้อทั่วโลกตระหนักถึงภัยเงียบของชิ้นส่วน "Made in USA" อยู่ดี

    2. นอร์เวย์อ้างภัยรัสเซีย: ตรรกะป่วยที่ลากอาเซียนไปรับกรรม

    กระทรวงการต่างประเทศนอร์เวย์ยังคงยืนกรานในคำสั่งยกเลิกใบอนุญาตส่งออก โดยอ้างเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นสำหรับชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้:

    -ความมั่นคงยุโรปค้ำคอ: นอร์เวย์อ้างว่าความตึงเครียดของสงครามยูเครนที่อาจลุกลาม และพรมแดนที่ติดกับรัสเซียยาวกว่า 200 กิโลเมตร ทำให้รัฐบาลต้องยกระดับการควบคุมเทคโนโลยีทางทหารขั้นสูงสุด โดยจะจำกัดสิทธิ์การขายให้เฉพาะพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดเท่านั้น

    -เงินจ่ายไปแล้วแต่ไม่ได้ของ: สำหรับมาเลเซีย คำชี้แจงนี้ไม่มีความหมาย เพราะสัญญานี้เซ็นกันมาตั้งแต่ปี 2018 และมาเลเซียไม่ใช่คู่ขัดแย้งในยุโรป การที่นอร์เวย์อ้างภัยความมั่นคงของตนเองเพื่อยึดหรือระงับของที่ลูกค้าจ่ายเงินไปแล้ว 95% ถือเป็นการผิดสัญญาในระดับที่ไร้จรรยาบรรณทางการค้าอย่างรุนแรง

    3. มาเลเซียโกรธจัด สั่งแบนนอร์เวย์ถาวร พร้อมเรียกค่าปรับยับ 1,000 ล้านริงกิต

    ปฏิกิริยาจากรัฐบาลมาเลเซียนำโดยนายกรัฐมนตรี Anwar Ibrahim (อันวาร์ อิบราฮิม) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม Khaled Nordin (คาเลด นอร์ดิน) ออกมาสับแหลกอย่างไร้ความปราณี:

    -สัญญาไม่ใช่เศษกระดาษ: อันวาร์ อิบราฮิม ประท้วงสายตรงถึงนายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ทันที โดยระบุว่าสัญญาซื้อขายอาวุธระดับโลก “ไม่ใช่เศษกระดาษโปรยทาน (Confetti) ที่คิดจะฉีกทิ้งตามใจชอบยามใดก็ได้” หากชาติยุโรปทำตัวเป็นคนกะล่อนแบบนี้ ความน่าเชื่อถือในฐานะหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ก็เท่ากับศูนย์

    -ยื่นโนติสเรียกค่าเสียหาย 251 ล้านดอลลาร์: คาเลด นอร์ดิน รัฐมนตรีกลาโหม สั่งยื่นหนังสือเรียกร้องค่าชดเชยจากบริษัท Kongsberg ของนอร์เวย์ เป็นเงินรวมกว่า 1,000 ล้านริงกิต (ประมาณ 251 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อครอบคลุมทั้งเงินงวดที่จ่ายไปแล้ว และค่าเสียหายทางอ้อมในการต้องรื้อถอนแท่นยิงระบบอาวุธที่ติดตั้งไปแล้วบนเรือรบเพื่อเปลี่ยนไปใช้ระบบของชาติอื่น (เช่น ขีปนาวุธ Exocet ของฝรั่งเศส หรือ Atmaca ของตุรกี)

    -ประกาศกร้าวตัดญาติมิตร: มาเลเซียประกาศขึ้นบัญชีดำสั่งแบนการซื้ออาวุธ เครื่องกระสุน และเทคโนโลยีป้องกันประเทศจากนอร์เวย์ทุกชนิดเป็นการถาวร โดยย้ำว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องการจัดซื้อจัดจ้างที่สะดุด แต่คือ "ภาวะวิกฤตศรัทธาที่เสื่อมสลายในระบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ"

    "ดีลล่มประวัติศาสตร์ครั้งนี้คืออุทาหรณ์เตือนใจชาติโลกที่สามและกลุ่มประเทศที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด (Non-Aligned) ได้อย่างแสบสันต์ที่สุด มันคือการตบหน้าหน้ากากการค้าเสรีและกฎเกณฑ์การทูตที่ชาติตะวันตกชอบอ้าง เพราะในโลกความเป็นจริง ต่อให้คุณเป็นลูกค้าชั้นดี จ่ายเงินตรงเวลาจนเกือบครบ 100% แต่ถ้าวันดีคืนดี กลุ่มขั้วอำนาจเก่า (NATO) รู้สึกไม่มั่นคง หรือต้องการสงวนอาวุธไว้ใช้เอง พวกเขาก็พร้อมจะคว่ำกระดานฉีกสัญญาฝ่ายเดียวดื้อ ๆ โดยไม่สนใจความเสียหายของกองทัพคุณเลยแม้แต่น้อย
    สิ่งที่มาเลเซียเจอในเดือนพฤษภาคม 2026 นี้ จะส่งผลกระทบต่อเนื่องทางจิตวิทยาอย่างรุนแรง ค่ายยุโรปจะหมดความน่าเชื่อถือในฐานะซัพพลายเออร์อาวุธ และเกมนี้จะบีบให้ชาติอาเซียนรวมถึงประเทศกำลังพัฒนาหันไปซบกลุ่มประเทศที่พึ่งพาได้มากกว่า มีเงื่อนไขการเมืองน้อยกว่า อย่างจีน ตุรกี หรือรัสเซีย ในการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์แทนในอนาคต เงินอยู่ในมือแท้ ๆ แต่กลับโดนคว่ำบาตรเงียบข้ามหัว นี่แหละความป่าเถื่อนของระเบียบโลกเก่าที่อ้างคุณธรรมบังหน้า

    #ChinaFocus

    Ref.: SCMP

    https://www.facebook.com/share/p/1CMRmcqBws/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,456
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ตบทรัพย์ Apple 3.8 แสนล้าน ปลุก Musk ตื่นจากฝัน สั่งล้มกระดานโรงงาน Tesla ในอินเดีย

    ในขณะที่นักวิเคราะห์ทั่วโลกกำลังจับตาคดีประวัติศาสตร์ที่ #Apple กำลังจะโดน #รัฐบาลอินเดีย สั่งปรับเม็ดเงินมหาศาล ข้อหาผูกขาดทางการค้า ล่าสุดจอมหักปากกาเซียนอย่าง Elon Musk (อีลอน มัสก์) ไม่ขออยู่รอดูกลืนน้ำลายตัวเอง ท่ามกลางรายงานข่าวกรองระบุว่า เทสลาได้ตัดสินใจ “ขีดฆ่าล้มแผนการลงทุนสร้างโรงงานรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดในอินเดียถาวร” สิ้นสุดมหากาพย์การเจรจาอันยืดเยื้อมานานกว่า 5 ปี

    นี่คือแถลงการณ์ตบหน้ายุทธศาสตร์ “Make in India” ของนิวเดลีอย่างจัง ซึ่งสามารถชำแหละเบื้องลึกความพังพินาศของ “หลุมดำแห่งเอเชียใต้” ออกเป็นประเด็นตรง ๆ เจ็บ ๆ ได้ดังนี้:

    1. โมเดลกฎหมาย "ตามสั่ง" ตบทรัพย์ Apple 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์

    ชนวนเหตุที่ทำให้มัสก์ตัดสินใจ “ตัดช่องน้อยแต่พอตัว” คือชะตากรรมของ Tim Cook ที่กำลังโดนอินเดียต้อนเข้ามุมตึก ผ่านการพิจารณาคดีผูกขาดของคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าแห่งอินเดีย (CCI):

    -ค่าปรับล้างบางกำไร 4 ปี: เม็ดเงินค่าปรับที่ Apple อาจต้องเผชิญสูงถึง 38,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.3-1.4 ล้านล้านบาท) ซึ่งเทียบเท่ากับรายได้ทั้งหมดของ Apple ในตลาดอินเดียรวมกันถึง 4 ปีเต็ม

    -แก้กฎหมายเพื่อรีดไถ: ความน่าเกลียดเชิงโครงสร้างคือ อินเดียเพิ่งทำการแก้ไข #กฎหมายการแข่งขันทางการค้า ในปี 2024 เปลี่ยนเกณฑ์การคำนวณค่าปรับจากเดิมที่คิดจาก “#ยอดขายเฉพาะภายในอินเดีย” (ซึ่งไม่เกิน 1,000 ล้านดอลลาร์) ให้กลายเป็น “#คิดจากยอดขายรวมทั่วโลก” การแก้กฎหมายเพื่อรอสับสวิตช์รีดเงินบิ๊กเทคต่างชาติแบบจงใจเช่นนี้ ทำลายภาพลักษณ์ความโปร่งใสของอินเดียจนไม่เหลือชิ้นดี

    2. กับดักทางการค้า: เกมผลประโยชน์ที่ #Tesla ไม่ยอมเป็นเหยื่อ

    หมากที่ #เทสลา เจอใน #อินเดีย ข้นคลั่กไปด้วยความเห็นแก่ตัวของรัฐบาลท้องถิ่นที่พยายามเล่นเกม “จับเสือมือเปล่า” โดยตั้งเงื่อนไขสกัดดาวรุ่งที่ไม่มีวันลงตัว:

    -ไก่เกิดก่อนไข่หรือไข่เกิดก่อนไก่: มัสก์ยื่นคำขาดขอ “ลดภาษีนำเข้าก่อน เพื่อทดลองตลาด ถ้าขายดีจะสร้างโรงงานให้” แต่อินเดียตลบหลังสวนกลับว่า “ต้องหอบเงินมาสร้างโรงงานและจ้างงานก่อน ถึงจะยอมลดภาษีให้” หมายจะบีบให้เทสลาจมสินทรัพย์หนัก (Heavy Assets) ไว้เป็นตัวประกัน

    -ห่วงโซ่อุปทานระดับอนุบาล: ในขณะที่ #จีน มี #Ecosystem ของชิป แบตเตอรี่ และชิ้นส่วนยานยนต์ครบวงจร แต่อินเดียกลับมีอัตราการพึ่งพาชิ้นส่วนระบบไฟฟ้า (3 Core EV Systems) ในประเทศต่ำกว่า 15% แถมระบบสายส่งไฟฟ้ายังล้าหลัง หากเทสลาหลงกลไปสร้างโรงงาน มัสก์ต้องเสียเวลาลงไปจับมือสอนคนท้องถิ่นทำน็อตทำสกรูใหม่หมด ซึ่งเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่าตั๋ว

    3. ภาพลวงตา 1.4 พันล้านคน กับกำลังซื้อที่ไม่มีอยู่จริง

    แม้อินเดียจะคุยโวว่าเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีประชากรมากที่สุดในโลก แต่เนื้อในกลับเป็นเศรษฐกิจแบบ “รวยกระจุก จนกระจาย” ชนิดสุดขั้ว:

    -ตลาดรถกระป๋องหมื่นดอลลาร์: ยอดขายรถยนต์ส่วนใหญ่ในอินเดียกระจุกตัวอยู่กับรถยนต์ราคาต่ำกว่า 10,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 3.5 แสนบาท) ในขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมของเทสลาคือสิ่งของฟุ่มเฟือยที่ไกลเกินเอื้อมของชนชั้นกลางส่วนใหญ่

    -ยอดขายระดับอนาถ: สถิติตลอดปีที่ผ่านมาชี้ชัดว่า Tesla ขายรถในอินเดียได้เพียง 227 คันเท่านั้น ยอดขายในระดับหลักร้อยเช่นนี้ ต่อให้เป็นคนบ้าพลังแบบมัสก์ก็มองออกว่า การสร้างโรงงานที่นี่ไม่ใช่การขยายธุรกิจ แต่เป็นการทำมูลนิธิการกุศล

    "วาทกรรมที่ว่า ‘อินเดียจะกลายมาเป็นโลกใบใหม่แทนที่โรงงานจีน’ แท้จริงแล้วเป็นเพียงเรื่องตลกที่ฝั่งตะวันตกและนิวเดลีร่วมกันมโนขึ้นมา ประวัติศาสตร์บาดแผลของทุนข้ามชาติ ตั้งแต่ห้างยักษ์ใหญ่อย่าง Walmart, ค่ายรถยนต์ Ford, ยักษ์เทคฯ Nokia ไปจนถึงแบรนด์สมาร์ทโฟนจีนอย่าง Xiaomi, OPPO, vivo ต่างเคยผ่านกระบวนการ ‘ขุนให้พูนสเปกแล้วเชือดทิ้ง’ จากอินเดียมาแล้วทั้งสิ้น นโยบายที่พร้อมจะพลิกคว่ำพลิกหงายตามใจชอบ และการตั้งแท่นรีดไถทางกฎหมาย คือเหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้นักลงทุนขนานนามอินเดียว่าเป็น ‘#สุสานต่างชาติ’

    การถอยทัพแบบไม่เหลียวหลังของ Elon Musk ในรอบนี้ จึงเป็นเครื่องเตือนสติชั้นดีว่า ในโลกแห่งการผลิตขั้นสูง (Advanced Manufacturing) ความน่าเชื่อถือ เสถียรภาพของกฎหมาย และห่วงโซ่อุปทานที่ไร้รอยต่อคือสิ่งสำคัญที่สุด เงินทุนไม่ได้โง่... และพวกเขากำลังเลือกที่จะอยู่กับระบบที่ปลอดภัย ไม่ใช่ระบบมาเฟียคุมซอย

    #ChinaFocus

    Ref.: Business Standard/Reuters/Bloomberg

    https://www.facebook.com/share/p/1Av2SqS6D4/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,456
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กมธ.สว.เชิญคณะทูต 12 ประเทศ ชี้แจงผลการศึกษาและข้อเท็จจริง เหตุผลยกเลิก MOU43-44 มีคืบหน้าน้อย-แถมกัมพูชาอ้างอธิปไตยเหนือเกาะกูดของไทย
    .
    นายนพดล อินทา สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดี-ข้อเสีย ของการยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา และประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านการต่างประเทศของวุฒิสภา เปิดเผยถึงการเชิญคณะทูต 12 ประเทศ เข้ารับฟังข้อมูล รายงานผลการศึกษาเรื่องข้อดีข้อเสียการยกเลิกMOU 2543 และMOU 2544 เพื่อแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้นำเสนอรายงานผลการศึกษาต่อวุฒิสภา เมื่อ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา และการชี้แจงข้อเท็จจริงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งพบว่ามีการนำเสนอข้อมูลในต่างประเทศที่คลาดเคลื่อน
    .
    นายนพดล อ้างถึงมติเอกฉันท์ของคณะกรรมาธิการฯ ที่เสนอให้ยกเลิก MOU ทั้ง 2 ฉบับ ด้วยเหตุผลว่าคำนึงถึงผลประโยชน์และความมั่นคงของประเทศ รวมถึงการบุกรุกอาณาเขตประเทศไทยในช่วง 25-26 ปี จนทำให้เกิดการประทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชา ก่อนหน้านี้ กมธ. ได้ลงพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนที่มีการสู้รบ จึงนำภาพมาประกอบการให้ข้อมูลต่อคณะทูต 12 ประเทศเพื่อความรอบด้านในวันนี้ด้วย
    .
    มีรายงานว่า ในการประชุม นายนพดล ได้ระบุถึง เหตุการณ์ในช่วงที่ผ่านมาทำให้เกิดความกังวลจากฝ่ายนิติบัญญัติและประชาชนเกี่ยวกับผลกระทบเชิงความมั่นคงและผลประโยชน์ของประเทศ จาก MOU ทั้ง 2 ฉบับ
    .
    โดยเฉพาะความคลุมเครือของแนวเขตแดนที่อยู่ระหว่างการเจรจา นอกจากบ้านหนองจาน ยังมีตัวอย่างอีกจุดหนึ่งที่ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาในห้องประชุมก็คือ ช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานี ที่มีครัวเรือนชาวกัมพูชากว่า 200 ครัวเรือน เข้ามาตั้งถิ่นฐานถาวรในเขตแดนไทย นี่เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่พิพาทอย่างน้อย 15 แห่ง ที่มีปัญหาในหลายปีที่ผ่านมา
    .
    นายนพดล ระบุถึง เหตุผลในการยกเลิก MOU 2543 เช่น ที่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ, การยอมรับในแผนที่มาตราส่วน 1 : 200,000 มีผลทำให้เปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย, การดำเนินการตาม MOU 2543 ช่วง 26 ปี มีคืบหน้าน้อยมาก แผนที่ที่เกิดขึ้นตาม MOU อาจสูญเปล่า เพราะ เส้นเขตแดนตาม MOU ขัดกับรัฐธรรมนูญของกัมพูชา
    .
    ส่วนเหตุผลแห่งการยกเลิก MOU 2544 มีสาระสำคัญ เช่น เส้นเขตไหล่ทวีป พ.ศ. 2515 ของกัมพูชา ละเมิดอธิปไตยของไทย, ฝ่ายกัมพูชาได้เสนอร่างข้อตกลงการประชุมต่อประธานคณะทำงานร่วมทางเทคนิคฝ่ายไทย ให้แบ่งผลประโยชน์ปิโตรเลียมในพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนกัน 50:50 ไม่แก้ไขปัญหา ซ้ำยังอ้างอธิปไตยเหนือเกาะกูดของไทย
    .
    #สว #กมธสว #คณะกรรมาธิการ #คณะทูต12ประเทศ #คณะทูตอาเซียน #ทูตอาเซียน #MOU43 #MOU44 #ยกเลิกMOU44 #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #PPTVHD36

    https://www.facebook.com/share/1CoNZqg6Fk/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,456
    ค่าพลัง:
    +97,153
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,456
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Fed ส่งสัญญาณ การขึ้นอัตราดอกเบี้ยอาจกลับมาเป็นทางเลือกอีกครั้ง

    คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ กล่าวว่า Fed อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง หากเงื่อนไขเงินเฟ้อยังคงยืนตัวในระดับสูง ท่ามกลางรากฐานราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นซึ่งเชื่อมโยงกับสงครามอิหร่าน

    วอลเลอร์ระบุว่า ในเวลานี้โอกาสในการ "ลดดอกเบี้ย" ไม่ได้มีน้ำหนักมากกว่า "การขึ้นดอกเบี้ย" อีกต่อไป พร้อมทั้งเรียกร้องให้ตัดคำว่า “Easing Bias” (แนวโน้มที่จะผ่อนคลายนโยบายการเงิน) ออกไปจากการประเมินของเฟด ทั้งนี้ แม้เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามเดิมในการประชุมเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่ความกังวลด้านเงินเฟ้อก็ยังคงเร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    https://www.facebook.com/share/1AUPaUMYfV/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,456
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ภาพจากโดรนฝ่ายเขมรมุกกะนูยถ่ายบริเวณเสาธงชาติไทยบนยอดภูมะเขือ ภาพนี้ไม่ได้ระบุว่าถ่ายเมื่อใด แต่น่าจะถ่ายตอนที่มีคณะนายทหารระดับสูงขึ้นไปเยี่ยมฐานทหารไทยที่ยอดภูมะเขือบน
    FB_IMG_1779466218919.jpg
    ทำไมผมคิดว่าเป็นช่วงที่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงตรวจเยี่ยม เพราะปรกติถ้าไม่มีใครขึ้นไป ทหารเขาก็อยู่ตามจุดตามแนว บางคนที่พักก็อยูาตามที่พักครับ

    การที่เห็นทหารจำนวนมากยืนในลักษณะแบบนี้คล้ายกับการมาเป็นคณะครับ หรืออาจจะพึ่งรวมทำกิจกรรมอะไรสักอย่าง

    เขมรมันก็ไม่ได้ลดละ และไม่ได้อยากจะเป็นมิตรกับเราหรอกครับ มันเองก็จ้องจะล่อเราเหมือนกัน ถ้าเราเผลอพลาดท่าให้มัน

    ไหนข้อตกลงหยุดยิงบอกว่าห้ามเขมรมุกกะนูยบินโดรน แต่มันก็ยังบินมาแบบนี้?

    https://www.facebook.com/share/1CQixSjSQQ/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,456
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กัมพูชาเริ่มใช้นักโทษและเยาวชนมาช่วยทหารเขมรในการหล่อคอนกรีตเพื่อที่จะนำไปทำบังเกอร์แล้วตอนนี้

    ข่าวประกาศจากกรมราชทัณฑ์กระทรวงมหาดไทยของกัมพูชา ได้ระบุว่าทางกัมพูชามีการย้ายนักโทษและเยาวชนที่อยู่ในสถานพินิจ จำนวน 790 คน เข้าโครงการ

    ฝึกทักษะด้านเกษตรกรรม: เช่น การเพาะปลูกพืชผักสวนครัว และการเลี้ยงสัตว์

    และที่น่าสนใจคือ
    ฝึกทักษะด้านการก่อสร้าง: เช่น การหล่อฝาครอบบังเกอร์ (เข้าใจว่าคือการหล่อปูนเป็นแท่งๆ แล้วนำแท่งปูนไปวางปิดด้านบนของบังเกอร์แล้วเอาดินทับอีกชั้นเป็นหลังคาบังเกอร์) และงานก่อสร้างคอนกรีตต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนกองกำลังแนวหน้า ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ

    เรื่องนี้มองสองมุม
    มุมแรกการขาดแคลนแรงงานหรือทหารมีหน้าที่ล้นมือในภารกิจทางการทหาร จึงนำเอานักโทษและเยาวชนในสถานพินิจมาใช้แรงงานเสริมในด้านนี้

    มุมที่สองฝ่ายกัมพูชาอาจจะไม่ได้ชาดแคลนแรงงานแต่เห็นว่าการนำเอานักโทษออกมาใช้แรงงานให้เกิดประโยชน์เป็นการสร้าง PR ให้กับหน่วยงานและรัญบาลเอง ตลอดจนได้ประโยชน์ในการฝึกอาชีพให้กับบุคคลเหล่านี้ไปใช้เมื่อพ้นโทษ และได้เสริมความแข็งแกร่งของกองทัพ

    ไม่ว่าจะมองมุมใดในเรื่องนี้ฝ่ายกัมพูชาก็ถือว่าได้ประโยชน์ในหลายทางครับ

    แต่เท่าที่ตามข่าวมาโดยตลอด พบว่าแนวถนน K5 ฝ่ายกัมพูชาได้สร้างบังเกอร์ตลอดแนวถนน ในพื้นที่ที่มีปัญหากับไทยโดยเฉพาะตั้งแต่ทางใต้ของบ้านหนองจาน ไปจนถึงบึงตะกวน

    การสร้างบังเกอร์ตามแนวถนนจำนวนมากมายนับร้อยบังเกอร์ครับ

    นี่ยังไม่รวมที่จะต้องสร้างใหม่แถวๆบ้านอ่างศิลาที่พึ่งมีปัญหากับฝ่ายไทยในช่วงนี้ ซึ่งเขมรมันสร้างบังเกอร์แน่ครับ

    และบังเกอร์ในพื้นที่ทหารที่ทหารเขมรเผชิญหน้ากับทหารของกองทัพภาคที่ 2 อีกซึ่งก็ต้องการบังเกอร์จำนวนมากเช่นกัน
    FB_IMG_1779466287144.jpg FB_IMG_1779466288996.jpg FB_IMG_1779466291350.jpg FB_IMG_1779466285241.jpg FB_IMG_1779466293149.jpg FB_IMG_1779466295090.jpg
    https://www.facebook.com/share/p/18bAfhEQZm/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,456
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อู่รถในพนมเปญนำเข้าน้ำมันเครื่องที่ส่งจากร้านค้าในประเทศไทยไปยังเขมร ส่งไปยังไงไม่ทราบนะครับ ด่านปิดเป็นปีแต่ยังส่งได้5555

    นักข่าวเขมรแฉเอง โดยมีการบรรยายว่า
    FB_IMG_1779466376875.jpg FB_IMG_1779466386697.jpg FB_IMG_1779466388638.jpg FB_IMG_1779466390595.jpg
    "ขาดสินค้าไทยไม่ได้เลยหรือไง?"
    ร้านเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่บ้านเลขที่ 1, ถนน 211 ตัดกับ ถนน 138, แขวงเวียลวง เขต7 มกรา ราชธานีพานิช (กรุงพนมเปญ) ยังคงนำเข้าน้ำมันเครื่องจากประเทศไทยมาจำหน่ายตามปกติ

    เลิกได้ก็เลิกเถอะครับ ผมขอร้อง น้ำมันเครื่องของประเทศอื่นก็มีขายเหมือนกัน ควรจะรู้จักเจ็บปวดกับพฤติกรรมรุกรานอันป่าเถื่อนของโจรเสียม (ไทย) ที่มีต่อประเทศกัมพูชาของเราบ้าง

    55555 แล้วนักข่าวเขาดันถ่ายใบโอนเงินระหว่างประเทศมาด้วย คิดเป็นเงินไทย 358,310 บาท ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2026 นี่เอง

    ที่สำคัญมีการระบุชื่อเลขบัญชี และชื่อบริษัทผู้ส่งออกในไทยชื่อบริษัท Sun....... ผมไปไล่ดูแล้วมีบริษัทนี้ในไทยจริงๆ

    คำถามคือปิดด่านจะเป็นปีแล้วยังไง น้ำมันเครื่องจากไทยยังไปที่พนมเปญได้ปรกติ

    ...


    https://www.facebook.com/share/p/1CjWvQi4wr/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,456
    ค่าพลัง:
    +97,153
    แฉสวนหยางเหมยฝูเจี้ยนแช่สารต้องห้าม–สารหวาน 8,000 เท่า ชาวสวนสวนกลับขู่ฆ่านักข่าว

    สื่อจีนเปิดโปงพื้นที่ปลูกหยางเหมยอายุ 700 ปีที่ตำบลฝูกง–ไป๋สุ่ย เมืองหลงไห่ จางโจว ใช้สารกันบูดต้องห้ามและสารให้ความหวานเถื่อนแช่ผลไม้ก่อนส่งขายทั่วประเทศจีน ขณะที่ล็อตส่งออก EU ทำตามมาตรฐานทุกอย่าง พอข่าวแตกราคารับซื้อดิ่งจาก 10 กว่าหยวนเหลือ 2 หยวนต่อชั่ง ชาวสวนบางรายถึงขั้นส่งข้อความขู่ฆ่านักข่าวที่นำเรื่องไปเผยแพร่


    รายงานจากรายการ ตี้อีปังปังถวน (第一帮帮团) ของสถานีโทรทัศน์ ฝูเจี้ยนกว่างเตี้ยน (福建广电) ระบุว่า ทีมข่าวลงพื้นที่แฝงตัวเข้าไปยังจุดรับซื้อหยางเหมยกว่าสิบจุดในตำบล ฝูกง (浮宫镇) และตำบล ไป๋สุ่ย (白水镇) เขตหลงไห่ เมืองจางโจว มณฑลฝูเจี้ยน ซึ่งเป็นแหล่งปลูกหยางเหมยที่มีประวัติยาวนานกว่า 700 ปี


    สารเคมีในถังแช่: กันบูดต้องห้าม + สารหวาน 8,000 เท่าน้ำตาล


    ในคลิปที่บันทึกได้ คนงานเทหยางเหมยสดทั้งตะกร้าลงไปแช่ในถังพลาสติกสีขาวที่บรรจุของเหลวขุ่น แช่ทิ้งไว้หลายสิบวินาทีก่อนสะเด็ดน้ำ บรรจุลังส่งออกไปขายต่อ


    สารที่ใช้แช่ประกอบด้วย โซเดียมดีไฮโดรอะซิเตท (脱氢乙酸钠) ซึ่งเป็นสารกันบูดที่ทางการจีนสั่งห้ามใช้กับผลไม้สดอย่างเด็ดขาด และ สารให้ความหวานเชิงประกอบ ที่อ้างว่ามีความหวานเป็น 8,000 เท่าของน้ำตาลทราย โดยสารตัวหลังเป็นสินค้า “สามไม่มี” คือไม่มีวันผลิต ไม่มีใบรับรองมาตรฐาน และไม่มีการระบุส่วนประกอบ


    ปริมาณการใช้สารแต่ละครั้งไม่มีมาตรฐาน ขึ้นอยู่กับ “ความรู้สึกของมือ” คนงานล้วน ๆ วันไหนมือหนักก็ใส่มาก วันไหนมือเบาก็ใส่น้อย จุดรับซื้อแต่ละจุดสามารถปล่อยของได้วันละพันชั่ง ช่วงพีคถึงห้าหกพันชั่ง ส่งไปขายที่เจ้อเจียง เซี่ยงไฮ้ และกระจายต่อทั่วประเทศ


    “ของนี้กินไม่ได้ ให้ลูกค้ากิน” — คำสารภาพจากปากคนงาน


    คนงานในจุดรับซื้อพูดออกมาตรง ๆ ต่อหน้านักข่าวว่า “ของนี้กินไม่ได้ มันให้ลูกค้ากิน คุณ (นักข่าว) ไปกินที่ยังไม่ได้แช่ดีกว่า”


    แพทย์ที่ให้สัมภาษณ์ระบุว่า การได้รับโซเดียมแซ็กคารินและไซคลาเมตในปริมาณมากเกินไป มีโอกาสทำให้เกิดอาการเวียนหัว ปวดหัว อ่อนเพลีย ความจำเสื่อม และในเยาวชนอาจส่งผลรุนแรงถึงขั้นความจำเสื่อมและอวัยวะภายในเสียหาย


    สองมาตรฐาน: ส่งออก EU เป๊ะ ขายในประเทศปล่อย


    หลังข่าวออก ชาวเน็ตจีนขุดข้อมูลจากเว็บไซต์ราชการท้องถิ่นพบว่า มีข่าวประชาสัมพันธ์เรื่องการส่งออกหยางเหมยไปยังสหภาพยุโรป โดยกรมศุลกากรเข้มงวดเรื่องมาตรฐานสารตกค้างทุกตัว และผู้ประกอบการก็ปฏิบัติตามทุกข้อ


    แต่พอเป็นการขายในประเทศ กลับไม่มีการควบคุมในระดับเดียวกัน ผู้บรรยายในคลิปวิเคราะห์ว่า สาเหตุที่ผู้ประกอบการกล้าทำคือ “ที่นั่นตรวจเข้ม ปรับหนัก พอเป็นตลาดในประเทศก็ทำแบบประหยัดแรงที่สุด ทำกำไรสูงที่สุด มาตรฐานและจิตสำนึกไม่มีในสารบบ”


    ผู้ประกอบการเหล่านี้ยังเตรียมการรับมือการตรวจไว้ล่วงหน้า คือมีหยางเหมยแบบไม่แช่สารเก็บไว้สำหรับโชว์เจ้าหน้าที่ตรวจสอบโดยเฉพาะ พอตรวจผ่านก็กลับมาแช่และขายต่อตามเดิม


    ราคารับซื้อดิ่งจาก 10 หยวนเหลือ 2 หยวน ชาวสวนเทผลไม้ทิ้ง


    หลังสื่อเปิดโปง ราคารับซื้อหยางเหมยในตำบลฝูกงและไป๋สุ่ยร่วงจากปกติ 10 กว่าหยวนต่อชั่ง เหลือเพียง 2 หยวนกว่าต่อชั่ง ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนการเก็บเกี่ยว ชาวสวนจำนวนมากขาดทุนยับ บางส่วนเลือกที่จะเทหยางเหมยที่ขายไม่ออกทิ้งทั้งหมด


    ขู่ฆ่านักข่าวหยางเหวย ผู้ติดตามดูอิน 5.77 ล้าน


    หลังเรื่องบานปลาย นักข่าวจี๋หลินชื่อ หยางเหวย (杨威) ซึ่งมีผู้ติดตามในแอป ดูอิน (抖音) ราว 5.77 ล้านคน ได้นำคลิปการแช่หยางเหมยมาทำเป็นเนื้อหาเผยแพร่ต่อ ปรากฏว่าได้รับข้อความขู่ฆ่าจากชาวสวนในเขตหลงไห่


    ผู้ขู่ถึงขั้นส่งเบอร์โทรศัพท์มาให้หยางเหวย พร้อมท้าทายให้ “กล้าตายมาที่หลงไห่ดูซิ มาคุยเงื่อนไขกัน” และบอกชัดเจนว่า “คนทำสื่อจะมาแฉอย่างเดียวไม่ได้ ต้องช่วยแก้ปัญหาด้วย ตอนนี้หยางเหมยที่หลงไห่ขายไม่ออก เน่าคาต้น พวกคุณนักข่าวคือฆาตกรที่ทำร้ายชาวสวน”


    วันที่ 20 พฤษภาคม หยางเหวยตอบกลับผ่านคลิปวิดีโอว่า ตัวเธอเองไม่กล้าเดินทางไปเขตหลงไห่จริง ๆ เพราะรับประกันความปลอดภัยไม่ได้ แต่ในฐานะนักข่าวต้องรักษาความเป็นกลาง ต้องเผยแพร่ความจริง ไม่สามารถเห็นแก่ผลประโยชน์ของชาวสวนจนละเลยสุขภาพของผู้บริโภคได้


    “ชาวสวนบริสุทธิ์จริงหรือ?”


    หยางเหวยและผู้บรรยายในคลิปต่างตั้งคำถามตรงกันว่า ชาวสวนทุกคนเป็นเหยื่อจริงหรือ การแช่หยางเหมยในสารเคมีเริ่มมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ชาวสวนยืนอยู่ในแหล่งผลิต เห็นกระบวนการทำงานของจุดรับซื้อทุกวัน เป็นไปได้หรือที่จะ “ไม่รู้อะไรเลย”


    ผู้บรรยายระบุว่า ทีมข่าวลงพื้นที่จุดรับซื้อสิบกว่าจุด คนงานทำงานกันอย่างเปิดเผยไม่มีการปิดบัง พ่อค้าก็ไม่ได้ซ่อน ทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรมเดินกันอย่างเป็นปกติ แสดงว่าการแช่โซเดียมดีไฮโดรอะซิเตทและสารหวานสามไม่มี ไม่ใช่ความลับในพื้นที่อีกต่อไป แม้แต่เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายในท้องถิ่นเองก็ยอมรับว่ามีการตรวจสอบและประชาสัมพันธ์มาหลายครั้งแล้ว แต่พอตรวจเสร็จก็กลับไปใส่กันใหม่


    “แฉคุณ ร้ายแรงกว่าผมทำร้ายคน?”


    นักข่าวจีนวิเคราะห์ปรากฏการณ์ที่น่ากังวลที่สุด คือกลุ่มผู้กระทำผิดในอุตสาหกรรมนี้กลับมองว่า “การที่คุณแฉผม ร้ายแรงกว่าการที่ผมทำร้ายคน” เป็นการมองความผิดถูกที่บิดเบือน ไม่ได้มองว่าปัญหาอยู่ที่การแช่ยาพิษ แต่มองว่าปัญหาอยู่ที่ “ทำไมคุณถึงต้องพูดออกมา”


    ตรรกะแบบนี้เมื่อหยั่งรากลงในอุตสาหกรรมแล้ว จะทำให้ทุกคนมองว่าการละเมิดกฎคือ “ความรู้กันในวงการ” ไม่ใช่ความผิด ใครเปิดโปงก็คือคนเลว ใครเผยแพร่ก็คือคน “ขาดศีลธรรม” ทั้งที่คนที่ใส่สารต้องห้ามลงไปในผลไม้กลับไม่รู้สึกว่าตัวเองขาดศีลธรรมเลยแม้แต่น้อย


    คำถามที่ระบบต้องตอบ


    นักข่าวจีนปิดท้ายด้วยข้อสังเกตว่า ก่อนสื่อจะเปิดโปงเรื่องนี้ ผู้ประกอบการก็แช่ก็ขายกันมาตลอด หน่วยงานกำกับดูแลก็ตรวจ แต่ก็ผ่านการตรวจมาได้ทุกครั้ง การที่ต้องอาศัยนักข่าวเสี่ยงตัวลงไปแฝงตัวถึงจะเปิดฝาหม้อได้ แล้วการสุ่มตรวจปกติไปอยู่ไหน สารเติมแต่งต้องห้ามไหลเข้ามาในระบบจากที่ไหน ใครขาย ใครกระจาย คนที่กินไปแล้วจะเรียกร้องสิทธิ์อย่างไร


    ปัญหาเหล่านี้หากไม่ถูกแก้ที่ระบบ การเปิดโปงหนึ่งจุดก็ไม่อาจรับประกันได้ว่ายังมีอีกสิบจุดที่ยังไม่ถูกเปิดโปง สิ่งที่ประชาชนกินเข้าปาก ไม่ควรต้องมีมาตรฐานในประเทศและส่งออกที่ต่างกัน และยิ่งไม่ควรต้องอาศัยนักข่าวเสี่ยงไปแฝงตัวถึงจะรักษาเส้นขั้นต่ำได้


    ———

    เครดิต: รายการ ตี้อีปังปังถวน (第一帮帮团) สถานีโทรทัศน์ ฝูเจี้ยนกว่างเตี้ยน (福建广电) / นักข่าว หยางเหวย (杨威) / โพสต์จากบัญชี @whyyoutouzhele (李老师不是你老师) บน X.com

    https://www.facebook.com/share/p/1E9mKgVbB2/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,456
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จีนติดอาวุธปากีสถาน 81% ของยอดนำเข้าทั้งหมด — อินเดียในวงล้อม “มหามิตร BRICS” ที่ติดอาวุธให้คู่อริของตัวเอง


    ในขณะที่จีนกับอินเดียนั่งโต๊ะเดียวกันใน BRICS จีนกลับเป็นซัพพลายเออร์อาวุธหลักให้ปากีสถานคู่อริของอินเดีย และยังเร่งส่งมอบเครื่องบินสเตลธ์ J-35 ในกลางปี 2026 หลังอาวุธจีนยิง Rafale ของอินเดียตกในสนามรบจริง


    “มหามิตร” หรือคู่แข่งกันแน่ — จีนกับอินเดียในกระดาน BRICS


    ในกรอบ BRICS จีนกับอินเดียถือเป็น “พันธมิตร” บนกระดาษ ทั้งคู่เป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งของกลุ่ม BRICS ที่มีเป้าหมายสร้างระเบียบโลกหลายขั้วท้าทายตะวันตก แต่ในความเป็นจริง จีนกลับเป็นซัพพลายเออร์อาวุธรายใหญ่ที่สุดให้ปากีสถาน ซึ่งเป็นคู่อริประวัติศาสตร์ของอินเดีย


    ปากีสถานยื่นใบสมัครเข้า BRICS ตั้งแต่ปี 2023 โดยได้รับการสนับสนุนจากจีนและรัสเซีย แต่อินเดียคัดค้านมาตลอด และในฐานะประธาน BRICS ปี 2026 อินเดียถือไพ่สำคัญในการตัดสินใจรับหรือไม่รับปากีสถาน


    นี่คือความขัดแย้งเชิงโครงสร้างที่ทำให้ BRICS เริ่มถูกตั้งคำถามเรื่องความน่าเชื่อถือ — กลุ่มที่อ้างว่าก่อตั้งบนหลักการ “ความร่วมมือและความไว้วางใจร่วมกัน” แต่สมาชิกระดับยักษ์อย่างจีนกลับติดอาวุธให้รัฐที่อยู่นอกกลุ่มเพื่อใช้ต่อต้านสมาชิกผู้ก่อตั้งอีกราย


    จีนผูกขาดตลาดอาวุธปากีสถาน 81%


    รายงานล่าสุดจากสถาบันวิจัยสันติภาพระหว่างประเทศสตอกโฮล์ม (SIPRI) เปิดเผยว่า ในช่วง 5 ปีล่าสุด (2020-2024) จีนส่งออกอาวุธให้ปากีสถานคิดเป็น 81% ของการนำเข้าอาวุธทั้งหมดของปากีสถาน เพิ่มขึ้นจาก 74% ในช่วงปี 2015-2019


    ในทางกลับกัน ปากีสถานกลายเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของจีน คิดเป็น 63% ของยอดส่งออกอาวุธทั้งหมดของจีน มูลค่ารวมประมาณ 5.28 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ


    อาวุธสำคัญที่ปากีสถานได้รับในช่วงนี้ ได้แก่ เครื่องบินรบ J-10CE จำนวน 36 ลำ, รถถัง VT-4 มากกว่า 600 คัน, ระบบป้องกันภัยทางอากาศ HQ-9 พร้อมขีปนาวุธประมาณ 70 ลูก, ระบบ LY-80 ประมาณ 200 ลูก, ขีปนาวุธ FN-6 ประมาณ 890 ลูก รวมถึงเครื่องบิน JF-17 ที่ร่วมพัฒนาและเรือดำน้ำ Hangor-class


    อาวุธจีนยิง Rafale ของอินเดียตกในสนามรบจริง


    จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 7-10 พฤษภาคม 2025 ในปฏิบัติการ “Sindoor” ที่อินเดียเปิดฉากโจมตีค่ายที่อ้างว่าเป็นฐานก่อการร้ายในปากีสถาน หลังเหตุก่อการร้ายในปาฮัลแกม แคชเมียร์


    ตามรายงานของรอยเตอร์ที่อ้างเจ้าหน้าที่อินเดีย 2 คนและปากีสถาน 3 คน เครื่องบิน J-10C ของปากีสถานยิงเครื่องบินรบ Rafale ของอินเดีย (หมายเลข BS-001) ตกด้วยขีปนาวุธ PL-15 จากระยะประมาณ 200 กิโลเมตร ซึ่งไกลกว่าที่หน่วยข่าวกรองอินเดียคาดการณ์ไว้ที่ 150 กิโลเมตร


    เจ้าหน้าที่ข่าวกรองอาวุโสฝรั่งเศสยืนยันกับ CNN ว่ามีเครื่อง Rafale อินเดียถูกยิงตกจริง ซึ่งถือเป็นการสูญเสีย Rafale ในการรบครั้งแรกในประวัติศาสตร์เครื่องบินรุ่นนี้


    ฝ่ายปากีสถานอ้างยิงเครื่องบินอินเดียตกระหว่าง 5-7 ลำ ขณะที่พลเอก Anil Chauhan เสนาธิการกลาโหมอินเดียยอมรับว่ามี “ความสูญเสียในช่วงแรก” ก่อนปรับยุทธวิธี


    ที่สำคัญกว่านั้น ครั้งนี้คือการที่ “อาวุธจีนผ่านการพิสูจน์ในสนามรบจริงเป็นครั้งแรก” หลังหุ้น Chengdu Aircraft Corporation ผู้ผลิต J-10C พุ่งขึ้น 36% ทันทีหลังเหตุการณ์ — สะท้อนว่าจีนได้ทั้งข้อมูลรบจริงและยอดขายพุ่ง


    ดีล J-35 สเตลธ์รุ่น 5 — อินเดียตามไม่ทันอีกหลายปี


    จีนรายงานว่าได้เร่งกำหนดการส่งมอบเครื่องบินรบสเตลธ์รุ่น 5 J-35 ให้ปากีสถาน จากเดิมปลายปี 2026 เป็นกลางปี 2026 ภายใต้ดีลที่อาจมีจำนวนสูงสุดถึง 40 ลำ มูลค่าประมาณ 5-6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมเครื่องบินเตือนภัยล่วงหน้า KJ-500 และระบบป้องกันขีปนาวุธ HQ-19


    หากดีลสำเร็จ ปากีสถานจะเป็นลูกค้าต่างชาติรายแรกของเครื่องบินรุ่น 5 ของจีน และจะมีเครื่องบินสเตลธ์ในประจำการ ก่อนอินเดียประมาณ 8-10 ปี (โครงการ AMCA ของอินเดียคาดเข้าประจำการไม่เร็วกว่าปี 2034-35)


    อินเดียในวงล้อม “สองแนวรบ”


    ยุทธศาสตร์ “Two-Front War” คือฝันร้ายของกระทรวงกลาโหมอินเดียมาหลายทศวรรษ — ต้องพร้อมรบพร้อมกันทั้งกับปากีสถาน (ตะวันตก) และจีน (เหนือ) บริเวณเส้นพรมแดน LAC


    หลังเหตุการณ์พฤษภาคม 2025 อินเดียยังกล่าวหาว่าจีนให้การสนับสนุนทางยุทธวิธีและข้อมูลข่าวกรองแก่ปากีสถานในระหว่างปฏิบัติการ ทำให้ภาพ “สองแนวรบ” ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม — เพราะแม้จีนจะไม่ได้รบเอง แต่ได้ติดอาวุธและสนับสนุนข้อมูลให้ปากีสถานรบแทน


    ในเวทีการทูตล่าสุด กระทรวงการต่างประเทศอินเดียออกแถลงการณ์เชิงตำหนิทั้งจีนและปากีสถานเรื่องนี้ ก่อนการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ BRICS ที่อินเดียเป็นเจ้าภาพ สะท้อนว่ารอยร้าวภายในกลุ่ม “มหามิตร” นี้กำลังขยายตัว


    บทสรุป — “มหามิตร” ที่ติดอาวุธให้ศัตรู


    ความสัมพันธ์จีน-ปากีสถาน-อินเดีย ในปี 2026 สะท้อนความย้อนแย้งของระเบียบโลกใหม่ — กลุ่ม BRICS ที่อ้างว่าก่อตั้งบนหลักการความร่วมมือ กลับมีสมาชิกระดับยักษ์อย่างจีนที่ทำหน้าที่ “เสริมเขี้ยวเล็บ” ให้รัฐที่เป็นคู่อริประวัติศาสตร์ของสมาชิกผู้ก่อตั้งอีกราย


    จีนกับปากีสถานเรียกความสัมพันธ์ของตัวเองว่า “all-weather alliance” หรือ “พันธมิตรในทุกฤดูกาล” ซึ่งในทางปฏิบัติแน่นแฟ้นกว่าความสัมพันธ์ระดับ BRICS ที่จีนมีกับอินเดียอย่างเทียบไม่ได้


    สำหรับอินเดีย ความท้าทายไม่ได้อยู่แค่เรื่องอาวุธในมือปากีสถาน แต่อยู่ที่ว่าจะจัดการอย่างไรกับ “มหามิตร” ที่นั่งโต๊ะเดียวกันในเวทีระหว่างประเทศ แต่กลับเป็นต้นทางอาวุธของศัตรู


    —————————


    แหล่งข้อมูล: SIPRI Yearbook 2025, Reuters (สิงหาคม 2025), CNN, South China Morning Post, Defence Security Asia, RUSI

    https://www.facebook.com/share/p/1CS5RYvAXz/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,456
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รถบัสไฟฟ้า “Made in China” 190 คันพังยับ! รถไฟใต้ดินโอซาก้ายอมบุ๊กขาดทุน 6.7 พันล้านเยน

    บริษัทรถไฟใต้ดินโอซาก้า (Osaka Metro) ประกาศตัดขาดทุนพิเศษกว่า 6,700 ล้านเยน (ราว 1,400 ล้านบาท) หลังพบรถบัสไฟฟ้าที่นำเข้าจากผู้ผลิตจีน 190 คัน เกิดปัญหาด้านความปลอดภัยซ้ำซากจนต้องเลิกใช้งานทั้งหมด ขณะที่บริษัทตัวแทนนำเข้าฝั่งญี่ปุ่นล้มละลายไปก่อนหน้านี้ ทำให้แทบไม่มีโอกาสได้เงินคืน


    เบื้องหลังการจัดซื้อรถบัสไฟฟ้า 190 คัน เพื่อรองรับงาน World Expo 2025

    วันที่ 20 พฤษภาคม 2026 สำนักข่าว NOWnews รายงานว่า บริษัทรถไฟใต้ดินโอซาก้า (Osaka Metro / 大阪メトロ) เคยทุ่มเงินก้อนใหญ่จัดซื้อรถบัสไฟฟ้าจำนวนรวม 190 คัน เพื่อใช้ในกิจกรรมขนส่งผู้เข้าชมงาน World Expo 2025 ที่จัดขึ้นในเมืองโอซาก้า


    โดยรถบัสล็อตดังกล่าวมีบริษัทตัวแทนจำหน่ายญี่ปุ่นชื่อ “อีวี มอเตอร์ส เจแปน” (EV Motors Japan หรือ EVMJ) ตั้งอยู่ที่เมืองคิตะคิวชู เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย โดยว่าจ้างให้ผู้ผลิตจากจีนเป็นฝ่ายผลิตให้


    ทั้งนี้รายงานข่าวภาษาญี่ปุ่นจากสื่อต่างๆ ระบุชัดเจนว่า รถบัสกลุ่มนี้ผลิตโดยผู้ผลิตหน้าใหม่ของจีนถึง 3 ราย ได้แก่ Wisdom Motor (威馳騰汽車), Yancheng (盐城) และ VAMO ขณะที่ทาง EVMJ เคยอ้างว่าเป็น “รถบัสไฟฟ้าผลิตในประเทศ” หรือ “Made in Japan” แต่จากการสอบสวนของกระทรวงคมนาคมญี่ปุ่นและคำให้การของอดีตพนักงาน พบว่าแท้จริงแล้วเป็นเพียงการนำเข้ารถจากจีนแบบขนานเข้ามาเท่านั้น


    ปัญหาด้านความปลอดภัยรุนแรง คนขับ-ผู้โดยสารเสี่ยงอันตรายซ้ำซาก

    หลังเริ่มเปิดใช้งาน รถบัสล็อตนี้กลับเกิดปัญหาด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งคนขับและผู้โดยสารต้องทนกับอาการตัวถังสั่นรุนแรงเป็นเวลานาน ระบบพวงมาลัยขัดข้อง รวมถึงเบรกไม่ทำงาน จนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุชนกันหลายครั้ง


    ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบจากภาครัฐญี่ปุ่นได้เข้าตรวจสอบ และพบว่ารถมากกว่า 30% มีข้อบกพร่องร้ายแรง รวมถึงท่อเบรกแตก โครงสร้างเพลาขาด และความบกพร่องด้านความปลอดภัยอื่นๆ ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายรุนแรง


    ตัดบัญชีขาดทุน 6.7 พันล้านเยน ส่งหนังสือยกเลิกสัญญา–เรียกเงินคืน

    ในส่วนของความเสียหายทางการเงินก็หนักหน่วงไม่แพ้กัน บริษัทรถไฟใต้ดินโอซาก้าได้เปิดเผยในรายงานผลประกอบการประจำปีงบประมาณที่สิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2026 ที่ประกาศออกมาช่วงเดือนพฤษภาคม 2026 ว่าได้ตั้งบัญชีขาดทุนพิเศษสูงถึง 6,700 ล้านเยน (ประมาณ 42 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,400 ล้านบาท)


    โดยแบ่งเป็นการตัดด้อยค่าทรัพย์สิน (impairment loss) จำนวน 3,700 ล้านเยน เนื่องจากถือว่ารถบัสทั้ง 190 คันเป็นสินทรัพย์ที่ไม่สามารถนำมาใช้ในธุรกิจได้อีกแล้ว และอีก 3,000 ล้านเยนเป็นเงินสำรองสำหรับการคืนเงินอุดหนุนที่เคยได้รับจากรัฐบาลกลาง รัฐบาลจังหวัดโอซาก้า และเทศบาลเมืองโอซาก้า


    นอกจากนี้บริษัทยังได้ส่งหนังสือบอกเลิกสัญญาถึง EVMJ พร้อมเรียกร้องให้รับรถบัสไฟฟ้าทั้งหมดคืน และคืนเงินค่ารถให้ครบจำนวน อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก EVMJ ในฐานะผู้นำเข้าได้ยื่นขอฟื้นฟูกิจการ (民事再生 – Civil Rehabilitation) ต่อศาลแขวงโตเกียวเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2026 และเข้าสู่ภาวะล้มละลายโดยพฤตินัย ทำให้บริษัทรถไฟใต้ดินโอซาก้าแทบไม่มีทางที่จะได้รับเงินคืนใดๆ


    “สุสานรถบัสไฟฟ้า” คำเสียดสีจากคนในพื้นที่

    ในช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา บริษัทรถไฟใต้ดินโอซาก้าได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะเลิกใช้รถบัสทั้ง 190 คันโดยสมบูรณ์ โดยให้เหตุผลว่า “ไม่อาจคาดการณ์ได้เลยว่าจะสามารถรับประกันความปลอดภัยขั้นพื้นฐานในการขับขี่ได้เมื่อใด”


    ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา รถบัสที่ชำรุดเสียหายกว่า 100 คันถูกทิ้งไว้ในลานจอดรถกลางแจ้ง จนกระทั่งคนในพื้นที่ต่างเรียกสถานที่นั้นอย่างเสียดสีว่า “สุสานรถบัสไฟฟ้า” (EV Bus Graveyard)


    เครดิตที่มาของข่าว :
    • 李老师不是你老师 (@whyyoutouzhele) จากแพลตฟอร์ม X
    • NOWnews 今日新聞 (https://www.nownews.com)
    • Nikkei (日本経済新聞), Asahi Shimbun (朝日新聞), Yomiuri Shimbun (読売新聞)
    • 36Kr Japan, Money Post, Epoch Times Japan
    • 日刊自動車新聞 (Nikkan Jidosha Shimbun)

    https://www.facebook.com/share/p/1CnGgpNFVr/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,456
    ค่าพลัง:
    +97,153
    'ผงชูรส' ไทยระส่ำ โดนจีนแย่งตลาดต่างประเทศ ดั๊มป์ราคาแข่งต่ำกว่า 53%

    ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ตลาดส่งออกผงชูรส (MSG) ไทยในปี 2026 กำลังเผชิญมรสุมลูกใหญ่ คาดปริมาณส่งออกร่วง 6.2%

    หลังเจอพี่ใหญ่ของโลกอย่าง "จีน" เปิดเกมรุกหนัก อาศัยความได้เปรียบด้านต้นทุนตัดราคาต่ำกว่าไทย พร้อมเจาะไข่แดงตลาดหลักในอาเซียน

    จีนชู Economy of Scale ราคาขายต่ำกว่าไทยครึ่งหนึ่ง

    เปิดตัวเลขการส่งออกผงชูรสระหว่าง จีน VS ไทย ในปี 2025 อาจเรียกได้ว่า 'มวยคนละรุ่น' ก็ว่าได้ เมื่อเทียบขนาดการส่งออก จะเห็นได้ชัดว่าจีนกุมความได้เปรียบแบบเบ็ดเสร็จด้วย Economy of Scale

    -จีน ส่งออก 1.11 ล้านตัน มูลค่า 966 ล้านดอลลาร์ฯ
    -ไทย ส่งออก 1.01 แสนตัน มูลค่า 189 ล้านดอลลาร์ฯ

    จุดตายอยู่ที่เรื่องราคา จีนขายเพียง 871 ดอลลาร์ฯ/ตัน ขณะที่ไทยอยู่ที่ 1,860 ดอลลาร์ฯ/ตัน ไทยแพงกว่าราว 53% ส่วนต่างราคานี้กลายเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้คู่ค้าพร้อมเปลี่ยนใจได้ทุกเมื่อ

    สัญญาณอันตราย ตลาด CLMV โดนแย่งเค้ก

    โครงสร้างส่งออกผงชูรสของไทยพึ่งพา 5 ประเทศหลักสูงถึง 79% โดยมี เมียนมา สปป.ลาว และกัมพูชา เป็นเส้นเลือดใหญ่

    แต่สถิติตลอด 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2022-2025) ชี้ว่าเรากำลังสูญเสียส่วนแบ่งตลาด (Market Share) ให้จีน ยกตัวอย่าง

    ตลาดเมียนมา
    -ไทยโตเฉลี่ยเพียง 2% ต่อปี
    -จีนพุ่งกระฉูดถึง 18% ต่อปี

    ตลาดกัมพูชา
    -ไทยหดตัวเฉลี่ย -12% ต่อปี
    -สวนทางกับ จีนที่เติบโต 19% ต่อปี

    ทั้งนี้ การที่ประเทศเพื่อนบ้านซึ่งเป็นตลาดที่ "อ่อนไหวต่อราคา" เริ่มเปลี่ยนไปนำเข้าจากจีนมากขึ้น เป็นสัญญาณเตือนว่า หากไทยยังเน้นแข่งขันด้วยราคาแบบเดิมอาจรอดยาก

    โจทย์ใหญ่หลังจากนี้คือ ไทยจะชูจุดเด่นด้านคุณภาพ ภาพลักษณ์แบรนด์ หรือการบริการที่เหนือกว่าเพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ได้อย่างไร ในวันที่สงครามราคาไม่ใช่อาวุธที่เราจะชนะได้อีกต่อไป...
    https://www.facebook.com/share/p/1SP9i4aLXv/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,456
    ค่าพลัง:
    +97,153
    แหล่งข่าวใกล้ชิดกับ กาลิบาฟ (ประธานรัฐสภาอิหร่าน) เปิดเผยว่า แผน “การต่อสู้ครั้งที่สาม” ซึ่งประกาศโดย IRGC (กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม) จะปิดช่องแคบบับเอลมันเดบ ด้วยการใช้กำลังรุนแรง และตัดสายเคเบิลอินเทอร์เน็ตใต้น้ำจำนวน 7 เส้นใต้ช่องแคบฮอร์มุซ ทันทีที่มีการโจมตีจากสหรัฐฯ ซึ่งอิหร่านประเมินว่า “หลีกเลี่ยงไม่ได้” และจะเกิดขึ้นในสุดสัปดาห์นี้แหล่งข่าวระบุเพิ่มเติมว่า อิหร่านจะตอบโต้ด้วย “ขีปนาวุธและโดรนรุ่นใหม่” โดยยิงหลายร้อยครั้งต่อวันใส่โครงสร้างพื้นฐานพลังงานในอ่าวเปอร์เซีย และเตือนว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลกำลังเล่น “รูเล็ตต์รัสเซีย” ซึ่งผลลัพธ์ที่ตามมาจะเป็น การล่มสลายของเศรษฐกิจโลก และราคาก๊าซที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

    https://www.facebook.com/share/p/18YTDrk6zs/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,456
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทรัมป์รีบกลับทำเนียบขาว
    ยกเลิกแผนไปตีกอล์ฟช่วงสุดสัปดาห์
    เจ้าหน้าที่ระดับสูงยกเลิกแผนวันหยุด
    “สหรัฐฯ กำลังเตรียมโจมตีอิหร่านรอบใหม่” — CBS
    กองทัพอิหร่าน “พร้อมรับมือความโง่เขลาของศัตรู” — Tasnim

    https://www.facebook.com/share/p/1D3qv7Yac2/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,456
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Jackson Hinkle ...ทรัมป์ยกเลิกการเดินทางไปยัง Trump National Golf Club ในสุดสัปดาห์นี้ และจะไม่เข้าร่วมงานแต่งงานของลูกชาย เขาจะอยู่ที่ทำเนียบขาวตลอดสุดสัปดาห์สามวันนี้ทูลซี กาบบาร์ด เพิ่งลาออก และรองของเธอ (ลูกสะใภ้ของอาร์เอฟเค จูเนียร์) ลาออกเมื่อสองวันก่อน โดยรายงานว่าลาออกเนื่องจากเรื่องสงครามอิหร่านพวกเขากำลังจะเริ่มโจมตีทางอากาศอีกครั้ง...

    https://www.facebook.com/share/p/1D1zpMHYoh/
     

แชร์หน้านี้

Loading...