ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,438
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ซ้ายหัน ขวาหัน
    น้อยมากนะครับท่าน แทบไม่มีเลย ที่ประธานาธิบดีจะอัญเชิญตัวเองไปร่วมพิธีสาบานตนของประธาน "เฟด" แบงก์ชาติแห่งสหรัฐอเมริกาอภิมหาอำนาจ
    (*ต้องย้อนไปโน่นเลย โรนัลด์ เรแกน 1987 กับ จอร์จ บุช 2006)
    นี่ทรัมป์ 2026

    "ผมต้องการให้เควินทำงานอย่างอิสระ ทำหน้าที่ของตัวเองให้สมบูรณ์ ไม่ต้องมาสนผม ไม่ต้องมาสนใครทั้งนั้น ทำบทบาทของตัวเอง ทำให้มันดีที่สุด" ท่านประธานาธิบดีกล่าวสุนทรพจน์แด่ เควิน วอร์ช ซึ่งเข้ารับตำแหน่งประธานเฟดคนที่ 17
    พิธีจัดขึ้นที่ทำเนียบขาว

    แหม ก็ต้องพูดแบบนี้อยู่แล้วนะครับท่าน ใครจะบ้าขนาดบอกโต้งๆ ว่า "ทำตามที่กูสั่งซะ แค่นั้น แล้วเอ็งจะอยู่รอดปลอดภัย"

    ทรัมป์ถือโอกาสจ้วงแนวทางของเฟดในระยะหลัง
    "เลอะเทอะไปกับการพะวงเรื่องไม่เป็นเรื่อง แทนที่จะมุ่งเน้นแก่นสาร เพราะมัวแต่ไปห่วงเรื่อง 'ลดโลกร้อน' บ้าง เรื่อง 'ไม่ปิดกั้นความหลากหลาย' บ้าง (หมายถึงให้ผู้หญิงเข้าทำงานมากขึ้น เป็นต้น)"

    ไม่วาย มีดักคอเบาๆ
    "ไม่เหมือนคนก่อนๆ ในตำแหน่งนี้หรอก (แหม มีแขวะ ...) เควินน่ะรู้ดี เข้าใจดีว่าตอนนี้เศรษฐกิจกำลังบูม ซึ่งมันดีมาก และเราก็ไม่อยากจะเจออะไรบ้าๆ นะ ปล่อยให้มันบูมไปซิ บูมไปเลย"

    แปลว่าอะไร ... ก็อย่างที่ด่าจี้ "เจอโรม พาวเวลล์" มาตลอด
    ลดดอกเบี้ยไม่ทันใจ จุดนี้เลย แทบจะเป็นจุดเดียวเลยแหละ
    ทรัมป์ต้องการให้ลดเร็ว&แรงพอ เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ

    (หมายเหตุ ด้วยหลักการ โดยทั่วไปแล้ว การคลังกับการเงินจะคนละอย่าง
    รัฐบาลต้องมุ่งหวังกระตุ้นเศรษฐกิจ แบงก์ชาติต้องรักษาเสถียรภาพทางการเงิน
    ดังนั้น ด้วยบทบาท ด้วยลำดับแรกของจุดประสงค์ มันไม่เหมือนกันอยู่แล้ว)

    สถานการณ์ปัจจุบัน ช่วงสงคราม เงินเฟ้อก็ดีดกลับขึ้นมา ชักไม่ต่ำเท่าไหร่
    การจะลดดอกเบี้ยเวลานี้ออกจะยาก ทรงมันไม่ได้ และดีไม่ดี เผลอๆ ยังควรจะต้องขึ้นด้วยซ้ำ ถ้าแนวโน้มเงินเฟ้อจะเด้งอีก
    โดยทั่วไป แบงก์ชาติจะประคับประคองไว้ก่อน ไม่น่าลดดอกเบี้ย (ไม่ว่าจะถูกสังคมกดดันขนาดไหนก็ตาม)

    เควิน วอร์ช ทรัมป์จิ้มมากับมือ
    ความอิสระในการทำงานมีมากน้อยเพียงใด ก็ ... ต้องดูกันไป
    เควิน วอร์ช รวยจัดๆ นะครับท่าน เป็นคณะกรรมการนโยบายการเงินที่รวยระดับต้นๆ ในประวัติศาสตร์อันยาวนานของเฟด
    ซึ่งก่อนเข้าออฟฟิศ ก็มีล้างเนื้อล้างตัวแล้ว ขายสินทรัพย์ออกไปมากอยู่ แม้ไม่มีรายละเอียดชัดเจนนัก

    ก็โปรดติดตามต่อไป จะได้ดังใจป๋าหรือไม่

    หรือจะโดน "ล้วงลูก" ได้แค่ไหน

    ทั้งนี้ ปัจจุบัน อัตราดอกเบี้ยนโยบาย อยู่ที่ช่วง 3.5-3.75%
    ดัชนีราคาผู้บริโภค Consumer Price Index อยู่ที่ 2.8% สูงสุดในรอบครึ่งปี

    https://www.facebook.com/share/p/14fz828e3Qj/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,438
    ค่าพลัง:
    +97,153
    FB_IMG_1779511239082.jpg
    ฟ้าสั่งให้มาเชือด(รึจะรบในอีกไม่กี่ชั่วโมงนี้⚠️)
    ระวัง.. มันแปลกๆ ละ.. กลิ่นคาวเลือดชักโชย.. ทรัมป์รีบกลับวอชิงตัน ไม่ร่วมงานสมรสของลูกชาย❗และไม่พักที่ "เบดส์มินเตอร์ กอล์ฟ คลับ" ตามปกติช่วงสุดสัปดาห์ แต่จะอยู่เฝ้าวอชิงตัน❗กำลังจะตัดสินใจทำอะไรที่สำคัญหรือ‼️‼️‼️

    Axios สื่อที่วงในแม่น เก็งถูกตลอด ทั้งบุกรบและพักรบ ... ล่าสุด มาอีกแล้ว
    Axios รายงานว่าทรัมป์ "ซีเรียส" ในการพิจารณาสั่งลุยอีกคำรบ
    ว่าง่ายๆ คือ "กระสัน"
    วันศุกร์ (เมื่อวาน) ถกคร่ำเครียดกับทีมความมั่นคงแห่งชาติ
    มีการคุยถึงวิธีการต่างๆ ในกรณีที่การเจรจาล้มเหลว (ซึ่งที่ผ่านมา แม้มันไม่ล่ม แต่มันก็ไม่คืบ)
    ทรัมป์คงพิจารณาว่า "ถึงจุด" หรือยัง

    หลังจบการประชุม ทรัมป์เปลี่ยนกำหนดการช่วงสุดสัปดาห์ทั้งหมดทันที⚠️เอ๊ะ เอ๊ะ เอ๊ะ
    ไปประจำการที่วอชิงตัน
    งานวิวาห์ของลูกชายทั้งคน ก็ไม่ไป!!! ทรัมป์ผู้รักงานสังสรรค์เป็นชีวิตจิตใจ กลับไม่ไปงานโอ่อ่าหรูหราของลูกในไส้!!!
    ระบุภารกิจรัดตัว "ด้วยสถานการณ์ของรัฐบาล และด้วยความอุทิศตนเพื่อชาติ" นั่นไม่อนุญาตให้เขาไปไหนได้
    เขาจำเป็นต้องอยู่ ณ ทำเนียบขาวในเวลานั้น

    ทำไม
    ทำไม
    ทำไม

    "วงใน" ชี้ว่าทรัมป์ "เหลืออด" กับความต้วมเตี้ยมของการเจรจา และเกิดอาการหงุดหงิดงุ่นง่านในความลงแดง และเริ่มถามหาความเป็นไปได้ในการ "บุก" อีกครั้ง
    กะซวกล้างบางให้มันรู้แล้วรู้รอดไป!

    Axios ยังชี้ด้วยว่า ที่ทรัมป์พูดๆ มาในหลายวันนี้ เป็นเรื่องจริง
    ทรัมป์ต้องการจะกลับมาซัดหลายต่อหลายครั้งแล้ว ในช่วง 6 สัปดาห์หลัง แต่สุดท้ายเปลี่ยนใจ ยั้งเอาไว้

    แปลว่าทรัมป์ "พูดจริง"

    อิหร่านเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว ในการรับดีล

    มิฉะนั้น ก็อาจจะ ...

    ช่วงไม่กี่วันถัดจากนี้ น่ากลัว⚠️⚠️

    ใจตุ๊มๆ ต่อมๆ

    https://www.axios.com/2026/05/22/trump-iran-meeting-resume-war-deal

    https://www.facebook.com/share/p/1Ag6FgZZ6r/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,438
    ค่าพลัง:
    +97,153
    New York Times รายงาน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กำลังพิจารณาทางเลือกทางทหารเพื่อกลับมาเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านอีกครั้ง หลังการเจรจาเรื่องโครงการนิวเคลียร์อิหร่านและปัญหาการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซเข้าสู่ภาวะชะงักงัน ท่ามกลางความกังวลว่าความขัดแย้งอาจลุกลามรุนแรงขึ้นอีกระลอก

    รายงานระบุว่า เช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้ประชุมร่วมกับนายพีต เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ภายในห้องทำงานรูปไข่ เพื่อทบทวนทางเลือกทางทหาร โดยการประชุมดังกล่าวถูกเปิดเผยโดยพล.อ.แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วม ระหว่างพิธีสำเร็จการศึกษาที่โรงเรียนนายเรือสหรัฐ แม้ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด แต่ช่วงเวลาของการประชุมถูกจับตาอย่างมาก เนื่องจากการเจรจากับอิหร่านแทบไม่มีความคืบหน้า

    หากสหรัฐและอิสราเอลตัดสินใจกลับมาเปิดฉากโจมตีอีกครั้ง เป้าหมายทางทหารและยุทธศาสตร์ในอิหร่านยังมีอยู่จำนวนมาก ทั้งโรงงานพลังงาน โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน สถานีแยกเกลือออกจากน้ำทะเล สะพาน ถนน รวมถึงฐานยิงขีปนาวุธและแหล่งเก็บยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงใต้ดินที่เมืองอิสฟาฮาน

    แม้ทรัมป์จะยืนยันมาตลอดว่าอิหร่านได้รับความเสียหายอย่างหนักจากสงครามก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นกองทัพเรือที่ถูกทำลาย กองทัพอากาศที่แทบหมดสภาพ และฐานยิงขีปนาวุธหลายแห่งที่พังเสียหาย แต่รัฐบาลอิหร่านยังไม่ยอมอ่อนข้อ ขีดความสามารถด้านขีปนาวุธยังไม่ถูกทำลายทั้งหมด และอิหร่านยังคงควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญของโลกได้อยู่

    สถานการณ์ดังกล่าวสร้างแรงกดดันทางการเมืองต่อทรัมป์อย่างมาก เนื่องจากราคาน้ำมันในสหรัฐพุ่งสูง บางพื้นที่ราคาน้ำมันเกิน 5 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ขณะที่ผลสำรวจหลายสำนักพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับสงคราม และคะแนนนิยมของทรัมป์ลดลงเหลือราว 37 เปอร์เซ็นต์

    อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังเผชิญแรงกดดันจากฝ่ายการเมืองสายแข็งในพรรครีพับลิกัน โดยวุฒิสมาชิกโรเจอร์ วิคเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการกองทัพวุฒิสภา ระบุว่า การเดินหน้าเจรจากับรัฐบาลอิสลามของอิหร่านต่อไปอาจถูกมองว่าเป็นความอ่อนแอ พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐ “ทำสิ่งที่เริ่มไว้ให้จบ”

    หนึ่งในทางเลือกสำคัญที่ถูกหารือ คือการกลับมาโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านอย่างหนักอีกครั้ง ซึ่งเป็นแนวทางที่ทรัมป์เคยพิจารณาก่อนประกาศหยุดยิงเมื่อเดือนเมษายน โดยในเวลานั้นเขาเคยโพสต์ข้อความเตือนว่า “อารยธรรมทั้งมวลอาจตายลงในคืนนี้และไม่มีวันกลับมาได้อีก”

    แนวคิดดังกล่าวถูกวิจารณ์อย่างหนักจากฝ่ายตรงข้าม ที่มองว่าการโจมตีเป้าหมายพลเรือนอาจเข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม และคล้ายกับปฏิบัติการของรัสเซียในยูเครน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เพนตากอนยืนยันว่า เป้าหมายที่ผ่านการอนุมัติล้วนมีความเชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน หรือ IRGC ซึ่งเป็นกลไกอำนาจสำคัญของรัฐบาลเตหะราน

    อีกเป้าหมายสำคัญคือฐานขีปนาวุธตามแนวช่องแคบฮอร์มุซ โดยกองทัพสหรัฐเคยโจมตีฐานเหล่านี้มาแล้วในช่วงสงครามก่อนหน้า แต่ประสบปัญหาการขาดแคลนอาวุธนำวิถีระยะไกลและระเบิดเจาะบังเกอร์ ซึ่งจำเป็นต่อการทำลายฐานใต้ดินที่มีการเสริมความแข็งแรงสูง

    รายงานข่าวกรองสหรัฐล่าสุดพบว่า อิหร่านสามารถกลับเข้าใช้งานฐานขีปนาวุธ 30 จาก 33 แห่งตามแนวช่องแคบฮอร์มุซได้อีกครั้ง และทั่วประเทศ ฐานเก็บและยิงขีปนาวุธใต้ดินราว 90 เปอร์เซ็นต์กลับมาอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานบางส่วนหรือเต็มรูปแบบ

    อีกประเด็นที่ทรัมป์กำลังชั่งน้ำหนัก คือการโจมตีคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของอิหร่านโดยตรง ซึ่งปัจจุบันถูกเก็บไว้ใต้ดินใกล้เมืองอิสฟาฮาน ทรัมป์ประกาศว่า สหรัฐจะไม่ยอมให้อิหร่านครอบครองยูเรเนียมดังกล่าว และอาจทำลายทิ้งหากสามารถยึดมาได้

    ก่อนหน้านี้ สหรัฐและอิสราเอลเคยวางแผนส่งหน่วยคอมมานโดเข้าไปยึดยูเรเนียมดังกล่าว โดยมีการสร้างสนามบินชั่วคราวในอิหร่านเพื่อขนย้ายวัสดุนิวเคลียร์ออกนอกประเทศ แต่ภารกิจถูกยกเลิกในที่สุด เพราะทรัมป์กังวลเรื่องความสูญเสียและความเสี่ยงที่ปฏิบัติการจะล้มเหลว

    ปัจจุบัน ทางเลือกใหม่คือการใช้ระเบิดเจาะบังเกอร์ประสิทธิภาพสูงโจมตีคลังเก็บใต้ดินโดยตรง แม้วัสดุนิวเคลียร์ดังกล่าวจะมีระดับกัมมันตรังสีไม่สูงมาก แต่หากถูกโจมตี ก็อาจทำให้ยากต่อการตรวจสอบว่าอิหร่านแอบเคลื่อนย้ายยูเรเนียมบางส่วนออกไปแล้วหรือไม่ รวมถึงอาจกระทบต่อการเจรจาสันติภาพในอนาคต

    นอกจากนี้ สหรัฐและอิสราเอลยังอาจเลือกใช้มาตรการกำจัดผู้นำอิหร่านเพิ่มเติม หลังจากก่อนหน้านี้ อิสราเอลสังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านในช่วงเริ่มต้นสงคราม

    ปัจจุบัน โมจ์ตาบา คาเมเนอี บุตรชายของอดีตผู้นำสูงสุด ขึ้นดำรงตำแหน่งแทน โดยได้รับการสนับสนุนจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม แม้ทรัมป์จะเคยกล่าวว่ารัฐบาลชุดใหม่ “มีเหตุผล” และพร้อมร่วมมือกับสหรัฐ แต่ต่อมาเขาเริ่มแสดงความไม่พอใจต่อผู้นำคนใหม่ โดยเรียกว่าเป็น “ตัวเลือกที่ยอมรับไม่ได้” และ “ไร้น้ำหนักทางการเมือง”

    ทรัมป์ยังส่งสัญญาณข่มขู่ไปยังโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ซึ่งเคยพบหารือกับรองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ที่กรุงอิสลามาบัดของปากีสถาน เพื่อเจรจาสันติภาพ โดยทรัมป์กล่าวกับสื่อว่า “เรารู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน” พร้อมทิ้งท้ายว่า “เอาเป็นว่าแค่นั้นก็พอ”

    https://www.facebook.com/share/p/1CrtrAJtEG/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,438
    ค่าพลัง:
    +97,153
    มีรายงานว่าเครื่องบินรบของอิสราเอลบินอยู่เหนือซีเรียตอนใต้ มุ่งหน้าไปทางตะวันออก

    ขณะที่ทรัมป์เดินทางถึงทำเนียบขาว และฝ่ายบริหารประกาศห้ามสื่อมวลชนเข้าพบ

    รายละเอียดที่โดดเด่นคือ "การห้ามสื่อมวลชนเข้าพบ"

    หมายความว่าทรัมป์จะไม่พูดคุยกับสมาชิกสื่อมวลชนคนใดเลยตลอดทั้งเย็นนี้...

    ด้านกองทัพอิหร่านได้เข้าสู่ภาวะเตรียมพร้อมขั้นสูงสุดแล้ว

    เตหะรานกำลังตอบสนองต่อสัญญาณเดียวกันกับที่ประเทศอื่นๆ กำลังจับตาดูอยู่

    https://www.facebook.com/share/p/18hGhuV3SZ/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,438
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อิหร่านเพิ่งปิดน่านฟ้าจนถึงเช้าวันจันทร์ตามประกาศ NOTAM กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ระบุว่ากองกำลังติดอาวุธของอิหร่านกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการกลับมาทำสงครามกับสหรัฐฯ ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า และได้เตรียมแผน "สงครามครั้งที่สาม" ใหม่ โดยมีเป้าหมายโจมตีสหรัฐฯ และพันธมิตรของสหรัฐฯ ในรูปแบบ "ใหม่และเฉพาะเจาะจง" ตามรายงานของสำนักข่าวทัสนิม

    นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่าทรัมป์ "มีแนวโน้ม" ที่จะอนุมัติการโจมตีครั้งใหญ่ครั้งใหม่ เว้นแต่จะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นในอีก 24 ชั่วโมงข้างหน้า

    https://www.facebook.com/share/p/16F2r5KyiQ/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,438
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รัฐบาลทรัมป์กำลังเตรียมการสำหรับการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ และสัญญาณต่าง ๆ ก็มีอยู่ทุกที่…
    FB_IMG_1779511850726.jpg
    ตามรายงานของ CBS News ยังไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้าย

    แต่ทรัมป์เพิ่งยกเลิกการเข้าร่วมงานแต่งงานของลูกชายตัวเอง ดอน จูเนียร์ ในสุดสัปดาห์นี้ โดยให้เหตุผลว่า “มีสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของรัฐบาล”

    เขายังยกเลิกแผนวัน Memorial Day ที่รัฐนิวเจอร์ซีย์ เพื่อกลับไปยังทำเนียบขาว

    สมาชิกในกองทัพและหน่วยข่าวกรองหลายคนก็ยกเลิกแผนวันหยุดของตนเองเช่นกัน เพื่อเตรียมรับความเป็นไปได้ที่จะมีการโจมตี

    ข้อเสนอฉบับล่าสุดของสหรัฐถูกส่งถึงอิหร่านเมื่อวันพุธ พร้อมคำเตือนว่า หากปฏิเสธ “ข้อเสนอสุดท้าย” นี้ การโจมตีก็จะกลับมาอีกครั้ง

    คาดว่าอิหร่านจะส่งคำตอบกลับมาในเร็ว ๆ นี้ ผ่านทาง อาซิม มูนีร์ แห่งปากีสถาน

    เมื่อประธานาธิบดียอมพลาดงานแต่งลูกชายตัวเอง สถานการณ์ก็ถือว่าร้ายแรงอย่างที่สุด…

    ทรัมป์เผยผ่านโซเชียล

    “แม้ว่าผมต้องการอย่างมากที่จะอยู่กับลูกชายของผม ดอน จูเนียร์ และสมาชิกใหม่ของครอบครัวทรัมป์ ว่าที่ภรรยาของเขา เบ็ตตินา แต่สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของรัฐบาล และความรักที่ผมมีต่อสหรัฐอเมริกา ทำให้ผมไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ ผมรู้สึกว่าสำคัญที่ผมจะต้องอยู่ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ณ ทำเนียบขาว ในช่วงเวลาสำคัญนี้ ขอแสดงความยินดีกับดอนและเบ็ตตินา! — ประธานาธิบดี โดนัลด์ เจ. ทรัมป์”

    https://www.facebook.com/share/p/1B8AVtrLVM/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,438
    ค่าพลัง:
    +97,153
    New York Times รายงาน ความพยายามทางการทูตเพื่อรักษาข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านกำลังเข้มข้นขึ้น หลังทั้งสองฝ่ายเสี่ยงกลับเข้าสู่สงครามอีกครั้ง โดยปากีสถานและกาตาร์ได้ส่งคณะผู้แทนเดินทางไปยังกรุงเตหะราน เพื่อเร่งหาทางออกทางการเมือง ท่ามกลางความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานกว่าหนึ่งเดือน

    แหล่งข่าวด้านความมั่นคงของปากีสถานเปิดเผยว่า จอมพล ซัยยิด อาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการกองทัพปากีสถาน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการไกล่เกลี่ยครั้งนี้ ได้นำคณะเดินทางไปอิหร่านด้วยตนเอง สะท้อนว่าความพยายามทางการทูตกำลังเร่งตัวขึ้นอย่างมาก ขณะที่หลายฝ่ายกังวลว่าสถานการณ์อาจกลับไปสู่การเผชิญหน้าทางทหารเต็มรูปแบบ

    อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้หรือไม่ เนื่องจากสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงขัดแย้งกันในประเด็นหลัก ได้แก่ โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซสำคัญของโลก

    ด้านกาตาร์ก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่ชุดหนึ่งไปยังอิหร่านเช่นกัน เพื่อช่วยเป็นตัวกลางระหว่างวอชิงตันกับเตหะราน โดยแหล่งข่าวทางการทูตระบุว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวดำเนินการร่วมกับสหรัฐฯ และกาตาร์ยังคงมีบทบาทสำคัญในฐานะช่องทางสื่อสารลับกับอิหร่าน หลังเคยช่วยเจรจาหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและอิหร่านเมื่อปีก่อน

    แรงกดดันต่อการเจรจาเพิ่มสูงขึ้น หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่าเขาได้เลื่อนการโจมตีครั้งใหญ่ต่ออิหร่านออกไป หลังผู้นำประเทศอ่าวอาหรับร้องขอเวลาเพิ่มเติมเพื่อเปิดทางให้การเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์เดินหน้าต่อ

    แม้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ จะมองว่ามีความหวังต่อการบรรลุข้อตกลง แต่ก็ยอมรับว่าสถานการณ์ยังเปราะบาง มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า การเจรจามี “ความคืบหน้าเล็กน้อย” และเริ่มมี “สัญญาณที่ดี” แต่ยังเร็วเกินไปที่จะมองโลกในแง่ดี เพราะยังต้องติดตามพัฒนาการในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

    ฝั่งอิหร่าน โฆษกกระทรวงต่างประเทศ เอสมาอิล บาเกอี ระบุว่า เตหะรานได้รับข้อเสนอและคำตอบล่าสุดจากสหรัฐฯ แล้ว และกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา ขณะที่รัฐมนตรีมหาดไทยของปากีสถาน โมห์ซิน นัควี ก็เดินทางพบผู้นำอิหร่านถึงสองครั้งภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์

    ในเวลาเดียวกัน อิหร่านยังเพิ่มแรงกดดันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของความขัดแย้ง โดยอิหร่านพยายามปิดกั้นเส้นทางเดินเรือตั้งแต่ช่วงต้นของสงคราม ส่งผลให้การขนส่งทางทะเลชะลอตัว และสร้างความปั่นป่วนต่อตลาดพลังงานโลก

    นอกจากนี้ อิหร่านยังอยู่ระหว่างหารือกับโอมานเกี่ยวกับแนวคิดเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะช่วยให้อิหร่านยังคงมีอำนาจต่อรองเหนือเส้นทางเดินเรือสำคัญแห่งนี้ต่อไป

    อย่างไรก็ดี มาร์โก รูบิโอ เตือนว่า หากอิหร่านเดินหน้าเก็บค่าผ่านทางเรือจริง จะทำให้การบรรลุข้อตกลงทางการทูตแทบเป็นไปไม่ได้ และอาจทำให้ความพยายามรักษาหยุดยิงล้มเหลวในที่สุด

    https://www.facebook.com/share/p/17Qy553LL7/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,438
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Wall Street Journal รายงาน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ แต่งตั้งเควิน วอร์ช อดีตกรรมการธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ขึ้นเป็นประธานเฟดคนใหม่ โดยหวังให้ช่วยผลักดันการลดอัตราดอกเบี้ยตามที่เขาเรียกร้องมาตลอดปีที่ผ่านมา แต่สถานการณ์เศรษฐกิจล่าสุดกลับทำให้ตลาดการเงินเริ่มคาดการณ์ตรงกันข้ามว่า เฟดอาจจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยแทน

    วอร์ชเข้าพิธีสาบานตนที่ทำเนียบขาว นับเป็นประธานเฟดคนแรกตั้งแต่สมัยอลัน กรีนสแปน ปี 1987 ที่ทำพิธีในสถานที่ดังกล่าว และเป็นการปรากฏตัวร่วมกับทรัมป์ครั้งแรกหลังได้รับเลือกเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ภายในพิธี ทรัมป์ย้ำจุดยืนว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งไม่จำเป็นต้องก่อให้เกิดเงินเฟ้อ พร้อมกล่าวว่า “เราต้องการหยุดเงินเฟ้อ แต่ไม่ต้องการหยุดความยิ่งใหญ่”

    อย่างไรก็ตาม วอร์ชเข้ารับตำแหน่งในช่วงที่เศรษฐกิจเผชิญความเสี่ยงสูง ทั้งเงินเฟ้อที่เร่งตัว อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวที่ปรับขึ้น และมุมมองของนักลงทุนจำนวนมากที่เริ่มเชื่อว่าการดำเนินนโยบายครั้งต่อไปของเฟดอาจเป็นการขึ้นดอกเบี้ย ไม่ใช่ลดดอกเบี้ยตามที่ทรัมป์ต้องการ

    สงครามกับอิหร่าน ซึ่งเกิดขึ้นเพียงหนึ่งเดือนหลังทรัมป์เลือกวอร์ชเข้ารับตำแหน่ง ได้เปลี่ยนเงื่อนไขทางเศรษฐกิจอย่างมาก ปัจจัยที่เคยเอื้อต่อการลดดอกเบี้ย เช่น เงินเฟ้อที่ชะลอลงหรือตลาดแรงงานที่เริ่มอ่อนตัว กลับหายไป ขณะเดียวกัน กระแสการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ก็กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตและอุปสงค์ในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งยิ่งเพิ่มแรงกดดันด้านราคาในระยะสั้น

    รัฐบาลทรัมป์พยายามอธิบายว่าปัญหาเงินเฟ้อปัจจุบันเป็นเพียง “แรงกระแทกด้านอุปทานชั่วคราว” ที่เฟดสามารถมองข้ามได้ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวผ่าน CNBC ว่า “ไม่มีอะไรชั่วคราวเท่ากับแรงกระแทกด้านอุปทาน” และเชื่อว่าแรงกดดันเงินเฟ้อจะคลี่คลายหลังจากตัวเลขเงินเฟ้อสูงอีกเพียงหนึ่งหรือสองครั้งเท่านั้น

    ด้านเควิน แฮสเซตต์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติของทำเนียบขาว ก็แสดงความเชื่อมั่นว่าปีนี้จะยังมีการลดดอกเบี้ย “เพราะเควิน วอร์ช”

    แต่มุมมองของตลาดกลับแตกต่าง นักลงทุนเริ่มลดความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ย และเทขายพันธบัตรจนผลตอบแทนปรับสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย นักเศรษฐศาสตร์บางส่วนเริ่มมองว่าเฟดอาจจำเป็นต้องพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยอย่างจริงจัง เพราะหากเงินเฟ้อยังสูงแต่เฟดคงดอกเบี้ยไว้ เท่ากับว่านโยบายการเงินผ่อนคลายลงโดยปริยาย

    วอร์ชยืนยันว่าเขาจะตัดสินใจด้านนโยบายตามข้อมูลเศรษฐกิจและความเหมาะสม ไม่ได้มีข้อตกลงกับทรัมป์ว่าจะต้องลดดอกเบี้ย ขณะที่ทรัมป์เองให้คำตอบแบบกึ่งเปิดทาง เมื่อถูกถามว่าจะยอมรับได้หรือไม่หากเฟดภายใต้วอร์ชขึ้นดอกเบี้ย โดยตอบว่า “ผมจะปล่อยให้เขาทำในสิ่งที่เขาต้องการ”

    นักวิเคราะห์จาก BNP Paribas มองว่าคำพูดดังกล่าวทำให้นักลงทุนเริ่มเปิดรับความเป็นไปได้เรื่องการขึ้นดอกเบี้ยมากขึ้น เพราะก่อนหน้านี้หลายฝ่ายเชื่อว่าทำเนียบขาวจะกดดันไม่ให้เฟดขึ้นดอกเบี้ยเด็ดขาด

    อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์บางรายยังไม่เชื่อว่าแรงกดดันทางการเมืองจะหายไปทั้งหมด โดยสตีฟ อิงแลนด์เดอร์ จาก Standard Chartered ระบุว่า หากความเป็นอิสระของวอร์ชไม่มีข้อกังขา ตลาดอาจเริ่มคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายปี 2026 ถึงปี 2027 แต่ในความเป็นจริง เขายังคาดว่าเฟดจะตรึงดอกเบี้ยไปจนถึงปี 2027

    ทำเนียบขาวออกแถลงการณ์สนับสนุนวอร์ช โดยระบุว่า ด้วยประสบการณ์ในภาคเอกชนและการเคยดำรงตำแหน่งกรรมการเฟดช่วงวิกฤตการเงินปี 2008 เขาจะสามารถฟื้นความเชื่อมั่นและประสิทธิภาพในการตัดสินใจของเฟดได้

    ตลอดปีที่ผ่านมา ทรัมป์โจมตีเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดคนก่อนอย่างหนัก เนื่องจากไม่ยอมลดดอกเบี้ย หรือเมื่อลดก็ลดไม่มากพอ ทำให้ทั้งในวอชิงตันและวอลล์สตรีทเกิดความกังวลว่า หากวอร์ชหรือคณะกรรมการเฟดเห็นว่าควรขึ้นดอกเบี้ย ทรัมป์อาจหันมาโจมตีวอร์ชเช่นเดียวกัน

    อย่างไรก็ตาม คนใกล้ชิดวอร์ชมองว่าเขาอาจหลีกเลี่ยงปัญหานี้ได้ เพราะก่อนการรับรองตำแหน่ง ทรัมป์มักโทรศัพท์พูดคุยกับวอร์ชเรื่องเศรษฐกิจอยู่บ่อยครั้ง ความสัมพันธ์โดยตรงนี้อาจเปิดโอกาสให้วอร์ชสามารถโน้มน้าวทรัมป์ได้ ต่างจากพาวเวลล์ที่ไม่เคยมองว่าหน้าที่ของตนคือการสื่อสารกับประธานาธิบดีโดยตรง

    อีกบุคคลสำคัญคือสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลัง ซึ่งหลายฝ่ายเชื่อว่าหากวอร์ชต้องการให้ทรัมป์ยอมรับนโยบายที่ไม่เป็นไปตามความต้องการของประธานาธิบดี เขาจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากเบสเซนต์ก่อน

    สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้นเพราะเงินเฟ้อรอบล่าสุดมีสาเหตุมาจากการตัดสินใจโจมตีอิหร่านของรัฐบาลทรัมป์ ซึ่งส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดและราคาพลังงานพุ่งสูง นับเป็นครั้งที่สองที่รัฐบาลพยายามขอให้เฟดมองข้ามแรงกดดันเงินเฟ้อที่เกิดจากนโยบายของตนเอง ต่อจากกรณีมาตรการภาษีนำเข้าที่รัฐบาลเคยอ้างว่าเป็นผลกระทบชั่วคราว

    นักวิเคราะห์บางรายยังมองว่าแรงขายพันธบัตรไม่ได้สะท้อนเพียงความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ แต่เป็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคดอกเบี้ยสูงจากปัจจัยเชิงโครงสร้าง ทั้งการขาดดุลงบประมาณภาครัฐที่สูงขึ้น และการเติบโตจาก AI ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจและระดับดอกเบี้ยที่ระบบเศรษฐกิจรองรับได้

    ระหว่างการไต่สวนรับรองตำแหน่ง วอร์ชหลีกเลี่ยงการให้แนวทางชัดเจนว่าจะจัดการกับภาวะเศรษฐกิจที่ขัดแย้งกันอย่างไร

    โจเซฟ ลาวอร์ญา หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ SMBC Americas ประเมินว่า จากผลกระทบของสงครามอิหร่าน เฟดอาจจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยราว 1% เพื่อลบล้างการลดดอกเบี้ยสามครั้งในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 เขาระบุว่า “ไม่มีใครที่น่าเชื่อถือจะบอกได้ว่าเฟดควรลดดอกเบี้ยในตอนนี้”

    ลาวอร์ญายังมองว่า แม้วอร์ชจะพยายามชะลอแนวโน้มการใช้นโยบายการเงินเข้มงวดของคณะกรรมการเฟด แต่ท้ายที่สุดผู้กำหนดนโยบายส่วนใหญ่จะยึดข้อมูลเศรษฐกิจเป็นหลัก

    ขณะเดียวกัน ตลาดพันธบัตรเองอาจกลายเป็นตัวจำกัดการดำเนินนโยบายของวอร์ช เพราะหากเฟดลดดอกเบี้ยหรือแสดงท่าทีผ่อนปรนต่อเงินเฟ้อมากเกินไป อาจทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวพุ่งสูงขึ้นอีก และยิ่งเพิ่มต้นทุนการกู้ยืมทั่วระบบเศรษฐกิจ

    นักวิเคราะห์หลายฝ่ายจึงมองว่า ช่วงแรกของการดำรงตำแหน่งประธานเฟดของวอร์ชจะมีความสำคัญอย่างมาก เพราะตลอดอาชีพที่ผ่านมา เขาเป็นผู้สนับสนุนแนวคิดว่าธนาคารกลางต้องเข้มงวดกับเงินเฟ้อ และสถานการณ์ปัจจุบันอาจกลายเป็นบทพิสูจน์สำคัญต่อความน่าเชื่อถือของเขาในฐานะประธานเฟดคนใหม่

    https://www.facebook.com/share/p/1DYuxdj32w/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,438
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Nikkei Asia รายงาน อุตสาหกรรมโดรนพลเรือนของจีนกำลังเผชิญวิกฤตหนัก หลังรัฐบาลจีนเพิ่มความเข้มงวดด้านการควบคุมการบิน ขณะเดียวกันตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของโลก ก็ออกมาตรการจำกัดสินค้าจีน ส่งผลให้ยอดส่งออกโดรนจีนทรุดตัวอย่างรุนแรง ผู้ผลิตรายใหญ่รวมถึง DJI ต้องเร่งปรับธุรกิจไปสู่สินค้าอื่น เช่น กล้องแอ็กชันและเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ

    บรรยากาศในงาน Drone World Congress ที่เมืองเซินเจิ้นสะท้อนความกังวลของผู้ประกอบการอย่างชัดเจน โดยผู้ผลิตหลายรายระบุว่ายอดขายลดลงหนัก บางบริษัทมียอดจัดส่งในปีนี้เหลือไม่ถึงหนึ่งในสามเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจากการต้องปรับปรุงซอฟต์แวร์และชิ้นส่วนให้สอดคล้องกับกฎใหม่

    ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทางการจีนเริ่มบังคับใช้มาตรการใหม่กับโดรนทุกลำ โดยกำหนดให้มีระบบยืนยันตัวตนผู้ใช้งานด้วยชื่อจริง และระบบส่งข้อมูลการบิน เช่น ตำแหน่ง ความเร็ว และระดับความสูง ให้เจ้าหน้าที่แบบเรียลไทม์ เพื่อควบคุมปัญหาการบินผิดกฎหมายในเขตควบคุมพิเศษ ผู้ฝ่าฝืนอาจถูกจำคุกสูงสุด 15 วัน

    มาตรการดังกล่าวทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากชะลอการซื้อ หรือขายโดรนที่มีอยู่ ส่งผลให้ความต้องการในตลาดลดลงอย่างมาก ผู้ผลิตบางรายในมณฑลกวางตุ้งถึงกับต้องหยุดส่งสินค้าในเดือนเมษายนเพื่อเร่งปรับระบบตามข้อกำหนดใหม่

    กรุงปักกิ่งถือเป็นพื้นที่ที่ใช้มาตรการเข้มงวดที่สุด โดยห้ามจำหน่ายโดรนและกำหนดให้ทั้งเมืองเป็นเขตควบคุมการบิน ส่งผลให้ร้านค้าของ DJI ในเมืองหลวงแทบไม่มีลูกค้า สินค้าโดรนทั้งหมดถูกนำออกจากหน้าร้าน เหลือเพียงกล้องแอ็กชันและอุปกรณ์ขนาดเล็กอื่นวางจำหน่าย

    แม้ตลาดโดรนผู้บริโภคในจีนมีมูลค่าราว 780 ล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา และเติบโตในระดับเลขสองหลักต่อเนื่องหลายปี แต่แนวโน้มดังกล่าวเริ่มสะดุดจากแรงกดดันด้านกฎระเบียบ

    ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ก็เพิ่มแรงกดดันต่อผู้ผลิตจีน โดยคณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐฯ หรือ FCC มีมติเมื่อเดือนธันวาคม ไม่อนุญาตให้เปิดตัวผลิตภัณฑ์จีนรุ่นใหม่ รวมถึงสินค้าของ DJI ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงและความเสี่ยงต่อการสอดแนมหรือโจมตีภายในประเทศ

    DJI ตอบโต้ด้วยการยื่นฟ้อง FCC พร้อมระบุว่ากฎดังกล่าวทำให้บริษัทไม่สามารถเปิดตัวสินค้าใหม่ได้ถึง 25 รุ่น และอาจสร้างความเสียหายเกิน 1.5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 เพียงปีเดียว

    ข้อมูลจากสำนักงานศุลกากรจีนยังชี้ว่า การส่งออกโดรนพลเรือนไปสหรัฐฯ เริ่มติดลบตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2025 และตั้งแต่เดือนธันวาคมเป็นต้นมา ยอดส่งออกส่วนใหญ่ลดลง 60-70% เมื่อเทียบรายปี แม้บางส่วนจะถูกส่งผ่านฮ่องกงหรือประเทศอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัด แต่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

    ท่ามกลางแรงกดดันทั้งในและต่างประเทศ DJI เริ่มเร่งกระจายธุรกิจ โดยผู้ก่อตั้งและซีอีโอ “แฟรงก์ หวัง” เปิดเผยว่า บริษัทจะเริ่มบ่มเพาะธุรกิจใหม่และลงทุนในต่างประเทศมากขึ้นตั้งแต่ปีนี้ นอกจากเปิดตัวกล้องแอ็กชันหลายรุ่นแล้ว DJI ยังขยายตลาดหุ่นยนต์ดูดฝุ่นในต่างประเทศ หลังเข้าสู่ธุรกิจดังกล่าวเมื่อปีที่แล้ว

    ด้านรัฐบาลจีนยังเดินหน้าผลักดันเศรษฐกิจการบินระดับต่ำ หรือ “Low-altitude Economy” ซึ่งครอบคลุมทั้งโดรนและอากาศยานไฟฟ้าขึ้นลงแนวดิ่ง โดยกระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐยืนยันว่า มาตรการควบคุมใหม่มีเป้าหมายเพื่อทำให้อุตสาหกรรมดังกล่าว “ปลอดภัยและมีระเบียบมากขึ้น”

    https://www.facebook.com/share/p/1MqbamE97H/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,438
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สุดท้ายก็ยอมเขมร? ใช่หรือไม่ (คนแพ้คือคนที่บินไปขอเจรจานะ) คิดเอา
    .
    รองนายกรัฐมนตรี เทีย เซียะ รมต กลาโหมขอบคุณ นายอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมต กลาโหมไทยที่ตอบรับคำเชิญการประชุมร่วม GBC ที่กำลังจะจัดขึ้นใน กรุงพนมเปญอีกไม่กี่วันข้างหน้า

    แปล....
    ายอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทย กล่าวว่า เลขาธิการ GBC ของทั้งสองประเทศกำลังดำเนินการขั้นสุดท้ายในหลายประเด็นก่อนที่จะกำหนดวันประชุม ตามรายงานของวาสนา นานูม บุคคลที่มีชื่อเสียงในสื่อสังคมออนไลน์ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกองทัพไทย ที่โพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม

    เซฮาแถลงเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมว่า ความเป็นไปได้ที่เพิ่มขึ้นของการประชุม GBC จะช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ลดความตึงเครียด และแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องผ่านการเจรจาและวิธีการที่สันติ

    เขากล่าวว่า “กัมพูชาหวังว่าการประชุมคณะกรรมการชายแดนร่วม (JBC) และคณะกรรมการชายแดนระดับภูมิภาค (RBC) จะจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมความร่วมมือ สร้างความไว้วางใจ และสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดน”

    นับเป็นเวลากว่าห้าเดือนแล้วนับตั้งแต่การประชุม GBC ครั้งสุดท้ายระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสองราชอาณาจักรเพื่อนบ้านเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม นับตั้งแต่นั้นมา การหยุดยิงยังคงดำเนินต่อไป และทหารกัมพูชาที่ถูกจับเป็นเชลย 18 นายได้รับการปล่อยตัว แต่ก็มีรายงานการยั่วยุเกิดขึ้นในพื้นที่ และพลเรือนชาวกัมพูชาประมาณ 32,000 คนยังคงพลัดถิ่น ไม่สามารถกลับเข้าบ้านได้

    ตามที่นานูอัมกล่าว บุญธรรมเจริญได้ยืนยันว่าทีมเลขาธิการ GBC ของไทยกำลังทำงานร่วมกับฝ่ายกัมพูชา รัฐมนตรีไทยกล่าวว่าการประชุมดังกล่าวอาจนำไปสู่ความเป็นไปได้ในการเปิดพรมแดนอีกครั้ง

    เธอกล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทยได้เน้นย้ำว่า การกระทำทุกอย่างต้องเป็นไปตามแถลงการณ์ร่วม (JS) พร้อมทั้งยอมรับว่าการประชุมเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อสร้างความเข้าใจและลดความหวาดระแวงผ่านการเจรจาในทุกระดับ รวมถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งภูมิภาค (RBC) และคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหราชอาณาจักร (GBC)

    “เกี่ยวกับความคืบหน้าของการประชุม GBC รัฐมนตรีกล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานเลขาธิการของทั้งสองประเทศกำลังหารือกันอยู่ ท่านเชื่อว่ากระบวนการนี้ไม่ยาก แต่ยืนยันว่าการเปิดด่านชายแดนอีกครั้งจะเป็นขั้นตอนสุดท้าย ขึ้นอยู่กับว่าสถานการณ์จะดีขึ้นเมื่อใด” เธอกล่าว

    อ้างอิง
    https://phnompenhpost.com/national/...omes-thai-suggestion-of-imminent-gbc-meeting/

    #beemnews
    #Scambodia

    https://www.facebook.com/share/p/18vw1srfaJ/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,438
    ค่าพลัง:
    +97,153
    มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ากัมพูชา 1.01 ล้านคน ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2026 ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ถึง 44.80% ตามข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวกัมพูชาที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์(22พ.ค.) ผลกระทบจากความขัดแย้งกับไทยและสงครามในตะวันออกกลาง

    ข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวกัมพูชาระบุว่า จีน คือแหล่งต้นทางนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนกัมพูชามากที่สุด ระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคม รองลงมาได้แก่เวียดนามและสหรัฐฯ

    ทอง เมงเดวิด รองผู้อำนวยการศูนย์จีน-อาเซียนศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์กัมพูชา ชี้ว่าปัจจัยที่สนับสนุนตัวเลขที่ลดลงของนักท่องเที่ยวต่างๆชาติ ก็คือภาวะเศรษฐกิจถดถอยในภูมิภาคและความขัดแย้งที่ยังคงมีอยู่ระหว่างกัมพูชาและไทย นอกจากนี้แล้วเขาบอกด้วยว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ยังผลักให้ราคาเชื้อเพลิงพุ่งสูง ซึ่งกระทบต่อเที่ยวบินและทำให้การเดินทางท่องเที่ยวน้อยลง

    ภาคการท่องเที่ยวยังคงเป็นเสาหลักที่สำคัญของเศรษฐกิจกัมพูชา เช่นเดียวกับภาคการเกษตร, การก่อสร้างและภาคการผลิตเพื่อการส่งออก ทั้งเสื้อผ้าและรองเท้า ในปี 2025 มีนักท่องเที่ยวต่างชาตเดินทางเยือนกัมพูชากว่า 5.57 ล้านราย ก่อให้เกิดรายได้ 3,870 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ(ราว 125,000 ล้านบาท)

    (ที่มา:แขมร์ไทม์ส)

    https://www.facebook.com/share/p/1GuAD61N8n/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,438
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ภาพถ่ายดาวเทียมที่วิเคราะห์โดยแอปพลิเคชันแผนที่ดาวเทียม Soar พบความเสียหายอย่างหนักหน่วงเกิดขึ้นกับฐานทัพทหารหลายแห่งของอิสราเอล จากการยิงขีปนาวุธและปล่อยโดรนโจมตีแก้แค้นโดยอิหร่าน ระหว่างสงครามที่สหรัฐฯและอิสราเอล เปิดศึกกับอิหร่าน ตามรายงานของเว็บไซต์ข่าว Ynet สื่อมวลชนอิสราเอล

    การตรวจพบดังกล่าว ผ่านทางข้อมูลดาวเทียม Sentinel-2 และภาพถ่ายอื่นๆ ยังบ่งชี้ด้วยว่ามีหลายที่ตั้งทั่วทางเหนือและทางใต้ในเขตยึดครองปาเลสไตน์ ได้รับผลกระทบหรือถูกทำลายระหว่างทำศึกสงครามกับอิหร่าน

    หนึ่งในเคสที่ชัดเจนที่สุดที่ถูกเน้นในผลการวิเคราะห์ ก็คือ ณ ฐานทัพอากาศรามัต เดวิด ฐานทัพอากาศของกองทัพอากาศอิสราเอล ตั้งอยู่ห่างจากเมืองไฮฟาไปทางตะวันออกเฉียงใต้ 20 กิโลเมตร ซึ่งภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นว่ามีพื้นที่ 2 แห่งได้รับความเสียหายแตกต่างกันออกไป

    อ้างอิงจากการวิเคราะห์ หนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ดูเหมือนว่าจะเป็นเขตที่ถูกใช้งานสำหรับยานยนต์สนับสนุนและยุทโธปกรณ์ ขณะที่อีกแห่งถูกใช้เป็นจุดเติมเชื้อเพลิงและจุดบริการสำหรับฝูงบินขับไล่ ความเสียหายสามารถมองเห็นได้ชัดเจนในภาพถ่ายหลังการโจมตี เมื่อเปรียบเทียบกับบันทึกจากดาวเทียมก่อนหน้านี้

    ส่วนภาพถ่ายดาวเทียมอื่นๆบ่งชี้ถึงความเสียหาย ณ จุดๆหนึ่งภายในฐานทัพอากาศเนวาทิม ฐานทัพใหญ่ที่สุดในอิสราเอล ซึ่งพบเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อวันที่ 25 มีนาคม ณ บริเวณหนึ่งๆที่มีการคุ้มกันอย่างหนาแน่น ภายในฐานทัพดังกล่าว

    ทั้งนี้ฐานทัพเนวาทิม เป็นศูนย์กลางปฏิบัติการกลางสำหรับฝูงบินขับไล่ล่องหน F-35 ของอิสราเอล

    ภาพถ่ายดาวเทียมอีกชุด ยังเผยให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างอย่างฉับพลันบริเวณใกล้กับฐานทัพมิชาร์ ที่ตั้งของหน่วยข่าวกรองหน่วย 8200 แถวๆเมืองซาเฟด บ่งชี้มีความเป็นไปได้ที่มันถูกโจมตีราวๆระหว่างวันที่ 5-10 มีนาคม

    นอกจากนี้แล้วข้อมูลดาวเทียมอื่นๆ ยังเผยให้เห็นเหตุไฟไหม้รุนแรงที่ฐานทัพ Camp Shimshon ของกองกำลังป้องกันตนเองอิสราเอล (IDF) เริ่มโหมกระพือขึ้นในวันที่ 10 มีนาคม วันเดียวกับที่ขบวนการต่อต้านเพื่ออิสลาม(Islamic Resistance) ในเลบานอน โดยฮิซบอลเลาะห์ ประกาศว่าฐานทัพแห่งนี้เป็นเป้าหมายการโจมตีด้วยฝูงโดรน รายงานข่าวระบุว่าไฟได้ลุกไหม้เป็นเวลาหลายวันและลุกลามไปทั่วบริเวณ ครอบคลุมพื้นที่ราวๆ 200 เมตร ภายในฐานทัพ

    Camp Shimshon เป็นฐานทัพของกองกำลังป้องกันตนเองอิสราเอล ที่อยู่ในทางเหนือของเขตยึดครองปาเลสไตน์ มันถูกใช้เป็นฐานปฏิบติการของหน่วยสนับสนุนด้านยุทโธปกรณ์ 651 ของกองกำลังเทคโนโลยีและการบำรุงรักษา แห่งกองกำลังป้องกันตนเองอิสราเอล

    พวกนักวิเคราะห์เปรียบเทียบภาพถ่ายจาก Google Earth Pro และฐานข้อมูลดาวเทียมเก่าๆตั้งแต่ปี 2016 ถึง 2025 บ่งชี้ว่าพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเคยถูกใช้เป็นฐานสำหรับการขนส่งทางทหารและการเคลื่อนย้ายยานพาหนะ

    รายงานข่าวระบุว่าความคมชัดที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ของภาพถ่ายที่เผยแพร่ภายใต้การเซ็นเซอร์ของกองทัพอิสราเอล อาจมีเจตนาเพื่อลดทอนภาพอันน่าตกใจ เกี่ยวกับผลกระทบจากการโจมตีของอิหร่าน

    นับตั้งแต่สงครามที่สหรัฐฯและอิสราเอลเปิดศึกกับอิหร่านเริ่มต้นขึ้น สาธารณรัฐอิสลามยิงขีปนาวุธราว 670 ลูกและปล่อยโดรน 765 ลำเข้าใส่ดินแดนต่างๆที่อยู่ภายใต้การยึดครองของอิสราเอล ขณะเดียวกันขบวนการต่อต้านเพื่ออิสลาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งฮิซบอลเลาะห์ ก็ได้ร่วมวงยิงขีปนาวุธหลายร้อยลูกเข้าใส่ทั่วภูมิภาคเช่นกัน

    (ที่มา:อัลมายาดีน)

    https://www.facebook.com/share/p/1aNEit7kZn/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,438
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ แถลงในวันศุกร์(22พ.ค.) ชาวต่างชาติเกือบทั้งหมดที่หวังได้กรีนการ์ด การได้รับอนุญานให้อยู่อาศัยในอเมริกาอย่างถาวร จะต้องยื่นคำร้องจากประเทศบ้านเกิดเมืองนอนเท่านั้น

    "จากนี้ไป ชาวต่าวชาติที่อาศัยอยู่ในสหรัฐฯชั่วคราวและอยากได้กรีนการ์ด จำเป็นต้องเดินทางกลับประเทศของพวกเขา เพื่อยื่นคำร้อง ยกเว้นแต่กรณีแวดล้อมที่พิเศษจริงๆ" จากคำแถลงของแซค คาห์เลอร์ โฆษกของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติแห่งสหรัฐฯ

    คาห์เลอร์ บอกต่อว่า "พวกที่ไม่ใช่ผู้อพยพ อย่างเช่นนักศึกษา คนงานชั่วคราว หรือประชาชนที่ถือวีซ่านักท่องเที่ยว จะได้เดินทางเข้าสู่สหรัฐฯเป็นระยะเวลาสั้นๆ และเพื่อจุดประสงค์เฉพาะเจาะจง ระบบของเราถูกออกแบบมาเพื่อให้พวกเขาเดินทางออกไปเมื่อการเยือนเสร็จสิ้น การเยือนของพวกเขาไม่ควรถูกใช้เป็นก้าวย่างแรกสำหรับกระบวนการขอกรีนการ์ด"

    ตามรายงานของหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ พบว่าสหรัฐฯอนุมัติกรีนแลนด์กว่า 1 ล้านคนในแต่ละปี และจนถึงตอนนี้ มากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ยื่นคำร้อง ได้อยู่ในอเมริกาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

    คาห์เลอร์ บอกว่าการที่พวกผู้ยื่นขอกรีนแลนด์ ต้องยื่นคำร้องจากประเทศบ้านเกิด "เป็นการลดความจำเป็นของการตามล่าตัว และเพื่อขับไล่ผลักดัน พวกผู้ที่ตัดสินใจหลบซ่อนตัวอยู่ในสหรัฐฯอย่างผิดกฎหมาย หลังถูกปฏิเสธการขอวีซ่าพำนักถาวร"

    เขาบอกว่าการยื่นสมัครของกรีนการ์ด จะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการต่างประเทศ ณ สำนักงานกงสุลสหรัฐฯในต่างแดน

    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ครั้งหาเสียงศึกเลือกตั้งชิงเก้าอี้ทำเนียบขาว ประกาศจะขับไล่คนเข้าเมืองที่ไม่มีเอกสารหลายล้านคน และรัฐบาลของเขายังได้ช่องทางทางกฎหมายหลายช่องทาง สำหรับการขอสิทธิ์พำนักอาศัยในสหรัฐฯเป็นการถาวร นับตั้งแต่ที่เขาเข้ารับตำแหน่ง

    (ที่มา:เอเอฟพี)

    https://www.facebook.com/share/p/18YnzdxR2X/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,438
    ค่าพลัง:
    +97,153
    บอกว่าไม่ก็ไม่! ชาว #กรีนแลนด์ หลายร้อยแห่ประท้วงหน้า 'สถานกงสุล' ใหม่สหรัฐฯ กลางกรุงนุก ตอกย้ำไม่ยกดินแดนให้ '#ทรัมป์'

    พิธีเปิดตัวสถานกงสุลแห่งใหม่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นของสหรัฐฯ ในกรีนแลนด์เมื่อวันพฤหัสบดี (21 พ.ค.) ถูกต่อต้านโดยกลุ่มผู้ประท้วงหลายร้อยคนซึ่งไม่เห็นด้วยกับความทะเยอทะยานของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการให้สหรัฐฯ เข้ามามีอิทธิพลมากขึ้นในเกาะอาร์กติกแห่งนี้ ขณะที่รัฐมนตรีของรัฐบาลท้องถิ่นต่างหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมงาน

    การย้ายจากกระท่อมไม้เล็กๆ ชานกรุงนุก (Nuuk) ไปยังสำนักงานขนาดใหญ่กว่าในใจกลางเมือง สถานกงสุลแห่งใหม่ของสหรัฐฯ กลายเป็นจุดสนใจของชาวกรีนแลนด์ที่ไม่พอใจกับความปรารถนาของ ทรัมป์ ที่จะควบคุมเกาะแห่งนี้ ซึ่งเป็นดินแดนกึ่งปกครองตนเองและเป็นส่วนหนึ่งของเดนมาร์ก

    นายกรัฐมนตรี เยนส์-เฟรเดอริก นีลเซน แห่งกรีนแลนด์ และนักการเมืองคนอื่นๆ อีกหลายคนกล่าวว่า พวกเขาปฏิเสธคำเชิญให้เข้าร่วมพิธีเปิดสถานกงสุลแห่งใหม่

    “เรายังไม่ได้ตัดสินใจในหลักการ แต่ตัวผมเองจะไม่ไป” นีลเซน กล่าวกับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น Sermitsiaq

    ประชาชนหลายร้อยคนไปชุมนุมประท้วงที่ด้านนอกสถานกงสุล โดยถือธงสีแดงและขาวของเกาะ และป้ายที่มีข้อความว่า "สหรัฐอเมริกา หยุดเถอะ" พร้อมตะโกนว่า "ไม่ก็คือไม่" และ "กรีนแลนด์เป็นของชาวกรีนแลนด์"

    โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า สถานที่ใหม่นี้มีพื้นที่กว้างขวางกว่า และเป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมสำหรับการดำเนินงานทางการทูตของสหรัฐฯ ในกรีนแลนด์

    ทำเนียบขาวแถลงเมื่อเดือน ม.ค. ว่า ทรัมป์กำลังพิจารณาว่าจะได้กรีนแลนด์มาอย่างไร รวมถึงความเป็นไปได้ในการใช้กำลังทหารของสหรัฐฯ ซึ่งสร้างความวิตกกังวลในหมู่พันธมิตรนาโตในยุโรป แม้ว่าการเจรจาจะเปลี่ยนไปใช้เส้นทางการทูตแล้วก็ตาม

    รัฐบาลกรีนแลนด์แถลงเมื่อวันจันทร์ (18) ว่า การเจรจาที่มีเดิมพันสูงเกี่ยวกับอนาคตของกรีนแลนด์มีความคืบหน้า ท่ามกลางภัยคุกคามจากการผนวกดินแดนของสหรัฐฯ และเสริมว่าเกาะขนาดใหญ่นี้เป็นของประชาชน และจะไม่มีวันขาย

    “เราจะเป็นเพื่อนบ้านและอยู่เคียงข้างคุณเสมอ ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจอนาคตอย่างไร ในฐานะพันธมิตรและหุ้นส่วนของคุณ” เคนเนธ โฮเวอรี เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำเดนมาร์ก กล่าวในสุนทรพจน์ในพิธีเปิด ตามรายงานของสถานีโทรทัศน์สาธารณะ KNR ของกรีนแลนด์

    ทรัมป์ ได้กล่าวถึงกรีนแลนด์ซึ่งเป็นเกาะที่มีประชากร 57,000 คนว่ามีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ในการต่อต้านรัสเซียและจีนในแถบอาร์กติก ปัจจุบันสหรัฐฯ มีฐานทัพทหารที่ใช้งานอยู่เพียงแห่งเดียวที่นั่น ลดลงจากประมาณ 17 แห่งในปี 1945

    ที่มา: รอยเตอร์
    https://www.facebook.com/share/p/1CnnHWZxsm/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,438
    ค่าพลัง:
    +97,153
    หนักเลย! กระทรวงมหาดไทย #เกาหลีใต้ ประกาศคว่ำบาตรผลิตภัณฑ์ '#สตาร์บัคส์' ชี้ดูหมิ่นปวศ.ประชาธิปไตยของประเทศ

    รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของเกาหลีใต้ประกาศว่า กระทรวงจะยุติการแจกจ่ายผลิตภัณฑ์จากบริษัทที่ "ดูหมิ่น" ประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยของประเทศ หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากเกี่ยวกับแคมเปญการตลาดของสตาร์บัคส์เกาหลี (Starbucks Korea) ที่อ้างอิงอย่างไม่เหมาะสมถึงเหตุการณ์ปราบปรามผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างโหดร้ายโดยกองทัพเมื่อปี 1980

    เครือร้านกาแฟชื่อดังแห่งนี้เปิดตัวแคมเปญ "#วันรถถัง" (Tank Day) ในวันครบรอบการลุกฮือที่กวางจูเมื่อวันที่ 18 พ.ค. ซึ่งรัฐบาลทหารในขณะนั้นได้ส่งกองกำลังและรถถังเข้าปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างรุนแรง

    "พฤติกรรมที่ดูหมิ่นประวัติศาสตร์ หรือนำมาใช้เป็นสินค้าเชิงพาณิชย์นั้น เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม" ยุน โฮจอง เขียนลงบน X เมื่อคืนวันพฤหัสบดี (21) โดยแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อสิ่งที่เขาเรียกว่า "พฤติกรรมต่อต้านประวัติศาสตร์" ของสตาร์บัคส์เกาหลี และกล่าวว่ากระทรวงมหาดไทยและความปลอดภัยจะไม่ใช้ผลิตภัณฑ์จากบริษัทที่ดูหมิ่นประวัติศาสตร์และคุณค่าของประชาธิปไตย หรือนำมาใช้เป็นสินค้าเชิงพาณิชย์อีกต่อไป

    กลุ่มชินเซแก (Shinsegae) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการร้านกาแฟสตาร์บัคส์ในเกาหลีใต้ ได้ไล่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสตาร์บัคส์ในเกาหลีใต้ออกในสัปดาห์นี้ สืบเนื่องจากผลกระทบของแคมเปญดังกล่าว

    เมื่อถูกถามถึงความคิดเห็นเกี่ยวกับบัตรกำนัลต่างๆ (vouchers) กลุ่มชินเซแกได้อ้างถึงคำขอโทษต่อสาธารณะของ ชอง ยงจิน ประธานกลุ่มบริษัทเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (19)

    ยุน กล่าวว่า หน่วยงานของรัฐ รวมถึงกระทรวงมหาดไทย มักจะมอบบัตรกำนัล เช่น คูปองกาแฟ ให้แก่ผู้ที่เข้าร่วมการสำรวจ การแข่งขัน และกิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชน

    เขายังเรียกร้องให้องค์กรอื่นๆ และประชาชนปฏิบัติตามตัวอย่างของกระทรวงของเขา

    กระทรวงมหาดไทยดูแลการบริหารกิจการแผ่นดิน และการจัดการภัยพิบัติและความปลอดภัย

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการทหารผ่านศึก ควอน โอฮึล ก็วิพากษ์วิจารณ์สตาร์บัคส์ในโพสต์บน X เมื่อคืนวันพฤหัสบดี (21) โดยกล่าวว่ากระทรวงของเขาจะยกระดับการตรวจสอบเพื่อป้องกันการแพร่กระจายข้อมูลเท็จที่เกี่ยวข้องกับการลุกฮือ

    คาดว่ามีผู้เสียชีวิตหรือสูญหายหลายร้อยคนเมื่อระบอบเผด็จการทหารของ ชุน ดู-ฮวาน ปราบปรามการประท้วงในกวางจู รายละเอียดหลายอย่างยังไม่ได้รับการยืนยัน รวมถึงใครเป็นผู้สั่งให้เปิดฉากยิง

    ชอง ยงจิน ประธานกลุ่มชินเซแก ยอมรับถึงความเจ็บปวดที่แคมเปญดังกล่าวได้ก่อให้เกิดในคำขอโทษของเขาในสัปดาห์นี้

    “ในฐานะตัวแทนของกลุ่ม ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง” ชอง กล่าว การตลาดดังกล่าว “ทำร้ายจิตใจสาธารณชน ครอบครัวผู้สูญเสีย และเหยื่อของการประท้วงเมื่อวันที่ 18 พ.ค. อย่างมาก”

    ความวุ่นวายนี้ยังกระตุ้นให้เกิดกระแสเรียกร้องคว่ำบาตรสตาร์บัคส์จากผู้บริโภคบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย และมีการแจ้งความต่อตำรวจให้เอาผิด ชอง ตามรายงานของตำรวจกรุงโซล

    ที่มา: รอยเตอร์

    https://www.facebook.com/share/p/1Cr93X9aMd/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,438
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รัฐบาลทรัมป์ประกาศเมื่อวันศุกร์ว่า ชาวต่างชาติในสหรัฐฯ ที่ต้องการใบอนุญาตถิ่นที่อยู่ถาวร (กรีนการ์ด) จะต้องเดินทางออกนอกประเทศและไปยื่นคำร้องที่ประเทศบ้านเกิดของตน ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่มีมาอย่างยาวนานอย่างกะทันหัน ส่งผลให้เกิดความสับสนและความกังวลในกลุ่มองค์กรช่วยเหลือ ทนายความด้านตรวจคนเข้าเมือง และกลุ่มผู้อพยพ

    USCIS ลงประกาศวันนี้ว่า:

    นับจากนี้เป็นต้นไป ชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในสหรัฐฯ เป็นการชั่วคราวและต้องการขอใบอนุญาตถิ่นที่อยู่ถาวร (กรีนการ์ด) จะต้องเดินทางกลับไปยังประเทศบ้านเกิดของตนเพื่อยื่นคำร้อง ยกเว้นในกรณีที่มีเหตุจำเป็นพิเศษเท่านั้น

    นโยบายนี้ช่วยให้ระบบการเข้าเมืองของเราทำงานได้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย แทนที่จะเป็นการจูงใจให้เกิดช่องโหว่ เมื่อชาวต่างชาติยื่นคำร้องจากประเทศบ้านเกิดของตน จะช่วยลดความจำเป็นในการติดตามตัวและเนรเทศผู้ที่ตัดสินใจหลบซ่อนและอาศัยอยู่ในสหรัฐฯ อย่างผิดกฎหมายหลังจากถูกปฏิเสธการขอถิ่นที่อยู่

    ผู้ที่ไม่ใช่ผู้อพยพถาวร เช่น นักเรียน แรงงานชั่วคราว หรือผู้ที่ถือวีซ่านักท่องเที่ยว เข้ามาในสหรัฐฯ เป็นระยะเวลาสั้นๆ เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ ระบบของเราถูกออกแบบมาให้พวกเขาเดินทางกลับเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการเข้าเมือง การมาเยือนของพวกเขาไม่ควรถูกใช้เป็นขั้นตอนแรกในกระบวนการขอรับกรีนการ์ด

    การปฏิบัติตามกฎหมายช่วยให้กรณีส่วนใหญ่เหล่านี้ได้รับการจัดการโดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ผ่านทางสถานกงสุลในต่างประเทศ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ออกแบบไว้แต่แรก และยังเป็นการปลดปล่อยทรัพยากรที่จำกัดของ USCIS ให้ไปมุ่งเน้นการจัดการกรณีอื่นๆ ที่อยู่ในขอบเขตความรับผิดชอบของเรา รวมถึงการออกวีซ่าให้กับเหยื่ออาชญากรรมรุนแรงและการค้ามนุษย์ คำร้องขอแปลงสัญชาติ และลำดับความสำคัญอื่นๆ

    การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะช่วยให้ระบบของเรามีความยุติธรรมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

    Source: NEWSMAX

    https://www.facebook.com/share/p/1DuaDQA2vy/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,438
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อินเดียทุ่ม 9 พันล้านดอลลาร์ ปั้น “เกรตนิโคบาร์” ท่าเรือยักษ์ –สนามบินยุทธศาสตร์ ประชิดช่องแคบมะละกา สะเทือนจุดอ่อนพลังงานจีน
    FB_IMG_1779512937970.jpg FB_IMG_1779512940302.jpg FB_IMG_1779512942611.jpg
    23 พฤษภาคม 2569 #อินเดีย เดินหน้าโครงการยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ มูลค่ากว่า 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ บน #เกาะเกรตนิโคบาร์ (Great Nicobar) ใกล้ #ช่องแคบมะละกา หนึ่งในเส้นทางขนส่งพลังงานและการค้าสำคัญที่สุดของโลก ท่ามกลางการแข่งขันอิทธิพลทางทะเลกับ #จีน ที่ทวีความเข้มข้นมากขึ้นในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก
    .
    South China Morning Post รายงานว่า อินเดียกำลังเร่งพัฒนา “เมกะโปรเจกต์เกรตนิโคบาร์” ซึ่งประกอบด้วยท่าเรือเปลี่ยนถ่ายสินค้าระดับโลก สนามบินนานาชาติ และศูนย์โลจิสติกส์ขนาดใหญ่ บนพื้นที่กว่า 166 ตารางกิโลเมตร โดยเฟสแรกตั้งเป้าเปิดใช้งานภายในปี 2571
    .
    จุดยุทธศาสตร์สำคัญของโครงการอยู่ที่ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ เนื่องจากเกาะแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้ #ช่องแคบมะละกา (Strait of Malacca) ซึ่งเป็นเส้นทางที่รองรับการค้าทางทะเลราว 25-30% ของโลก และเป็น “คอขวดพลังงาน” สำคัญของจีน
    ..
    นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงระบุว่า จีนต้องพึ่งพาช่องแคบมะละกาในการนำเข้าน้ำมันดิบเกือบ 70-80% และการค้าทางทะเลประมาณสองในสามของประเทศ ทำให้ปักกิ่งกังวลต่อสิ่งที่เรียกว่า “ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกแห่งมะละกา”มานานหลายปี
    .
    ซันเจย์ ไอเยอร์ (Sanjay Iyer) อดีตนายพลและนักการทูตทหารอินเดีย ระบุว่า โครงการเกรตนิโคบาร์ถือเป็น “การเดิมพันเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของอินเดียในรอบหลายทศวรรษ” เพราะจะทำให้อินเดียสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของกองทัพเรือจีนในมหาสมุทรอินเดียได้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น
    .
    แม้อินเดียไม่มีแนวคิดปิดกั้นช่องแคบมะละกาในยามปกติ แต่การมีฐานโลจิสติกส์และท่าเรือขนาดใหญ่ใกล้เส้นทางดังกล่าว จะเพิ่มอำนาจต่อรองเชิงยุทธศาสตร์ของนิวเดลีอย่างมีนัยสำคัญ
    .
    ปัจจุบัน จีนพยายามลดการพึ่งพาช่องแคบมะละกาผ่านโครงการทางเลือกต่าง ๆ เช่น ระเบียงเศรษฐกิจจีน-ปากีสถาน และเส้นทางท่อพลังงานผ่าน Myanmar เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงหากเกิดวิกฤตทางทะเล
    .
    อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า โครงการเกรตนิโคบาร์ของอินเดียจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อ #ยุทธศาสตร์พลังงานของจีน โดยเฉพาะในช่วงที่โลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอนด้านเส้นทางพลังงานจากสงครามตะวันออกกลาง และความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
    .
    หัวใจสำคัญของโครงการคือท่าเรือตู้คอนเทนเนอร์ที่อ่าวกาลาเธีย ซึ่งรัฐบาลอินเดียหวังให้กลายเป็นศูนย์กลางขนส่งสินค้าแห่งใหม่ของภูมิภาค เพื่อลดการพึ่งพาท่าเรือต่างประเทศ เช่น Port of Colombo Port Klang และ Port of Singapore
    .
    อูเดย์ จันทรา (Uday Chandra) นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยอโศกา ระบุว่า อินเดียกำลังพยายามเปลี่ยน “ภูมิศาสตร์ยุคอาณานิคม” ให้กลายเป็นอำนาจทางทะเลสมัยใหม่ และดึงเส้นทางขนส่งสินค้าระหว่างเอเชียกับยุโรปเข้าสู่อินเดียโดยตรง
    .
    นอกจากเป้าหมายด้านเศรษฐกิจ โครงการนี้ยังถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ “อินเดียมหาสมุทร” ที่ต้องการผลักดันอินเดียสู่การเป็นมหาอำนาจทางทะเลเต็มรูปแบบ ท่ามกลางการแข่งขันกับจีนที่ขยายเครือข่ายท่าเรือ ฐานทัพ และโครงสร้างพื้นฐานใน ศรีลังกา ปากีสถาน และ จิบูตี อย่างต่อเนื่อง
    ..
    อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวกำลังเผชิญแรงต้านด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องจาก #พื้นที่เกรตนิโคบาร์เป็นเขตป่าฝน และ #ระบบนิเวศเปราะบาง โดย ราอูล คานธี (Rahul Gandhi) ผู้นำฝ่ายค้านอินเดีย เตือนว่าโครงการอาจสร้างผลกระทบต่อป่าดิบชื้นและสัตว์ป่าหายากจำนวนมาก
    .
    แม้รัฐบาลอินเดียจะอนุมัติโครงการแล้ว แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมยังเรียกร้องให้มีมาตรการคุ้มครองระบบนิเวศที่เข้มงวดมากขึ้น เนื่องจากเกาะแห่งนี้ถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ทั้งทางธรรมชาติและความมั่นคงของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกในระยะยาว
    .
    .
    #Thaitribune
    https://www.facebook.com/share/1JL7cLxBR5/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,438
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เขมรทุ่ม 1.3 แสนล้าน อัดงบกลาโหมไม่กลัวจน — ขนาดสหรัฐ ญี่ปุ่น ยังไม่กล้าทำ แล้วไทยจะรับมือยังไง?

    กัมพูชาอัดงบกลาโหมก้อนใหม่ราว 4,000 ล้านดอลลาร์ หรือตีเป็นเงินไทยกว่า 130,000 ล้านบาท ไม่รวมเงินเดือนทหารที่ให้อยู่แล้ว นี่คือ "งบพิเศษ" ล้วนๆ ที่ตัดจากงบประเทศโยนให้กองทัพรอบใหม่ ขนาดประเทศรวยอย่างสหรัฐ ญี่ปุ่น เยอรมนี ยังไม่กล้าตัดสัดส่วนงบให้กลาโหมมากขนาดนี้เมื่อเทียบกับงบรวมของประเทศ แต่เขมรไม่แคร์ ไม่แคร์เศรษฐกิจตัวเอง ไม่แคร์เศรษฐกิจโลก สำนักข่าวบ้านเขาตีข่าวนี้ด้วยความภูมิใจซะด้วย

    แต่ที่น่าห่วงกว่างบคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงตามชายแดน — ทหารเขมรเร่งสร้าง "ซูเปอร์บังเกอร์" ตลอดแนวถนน K5 ประชิดบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ขุดมูลดินสูงกว่าฝั่งไทยจนกลายเป็นจุดสูงข่ม ถ้าปะทะจริงกระสุนจะกดลงมาจากข้างบน เราเสียเปรียบทันที รายงานเมื่อ 23 พ.ค.69 ระบุว่าพบบังเกอร์กว่า 100 จุดเรียงรายขนานชายแดน คำถามคือ — ไทยเตรียมรับมือแค่ไหน?

    ที่มา: Amarin TV, Spacebar, Thai PBS

    https://www.facebook.com/share/1ChjjicTrt/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,438
    ค่าพลัง:
    +97,153
    แหล่งข่าวจากกรีกระบุว่า ยูเครนกำลังขนส่งโดรนโจมตีทางเรือไปยังทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเพื่อล่าเรือบรรทุกน้ำมันของรัสเซีย
    FB_IMG_1779513224880.jpg
    เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมชาวประมงกรีกได้พบโดรนโจมตีทางเรือ "โคซัค มาไม" ของยูเครน (เบื้องต้นระบุว่าเป็นโดรนซีรีส์ "มากูรา") ในถ้ำทางตอนใต้ของเกาะเลฟคาดา โดรนโจมตีแบบพลีชีพนี้ถูกลากไปยังท่าเรือวาซิลิกีเพื่อตรวจสอบและแยกชิ้นส่วน โดยทำลายหัวรบหนัก 100 กิโลกรัม

    กองบัญชาการทหารสูงสุดของกรีกพิจารณาสองทฤษฎีในเบื้องต้น:

    1. โดรนโจมตีมาถึงนอกชายฝั่งลิเบีย;

    2. โดรนโจมตีถูกทิ้งจากเรือนอกชายฝั่งกรีซ

    อย่างไรก็ตาม หลังจากตรวจสอบโดรนของยูเครนแล้ว จากปริมาณเชื้อเพลิงที่ตกค้างจำนวนมาก จึงสรุปได้ว่าโดรนโจมตีถูกขนส่งไปยังทะเลเมดิเตอร์เรเนียนใกล้ชายฝั่งกรีซโดยทางเรือ

    นอกจากนี้เมื่อวันที่ 3 มีนาคม เรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลว Arctic Metagaz ของรัสเซียถูกโจมตี โดยโดรนพลีชีพของยูเครนในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน นอกชายฝั่งมอลตา

    22/05/2026
    https://www.facebook.com/share/p/1GiCDqPMSJ/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,438
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เขย่าช่องแคบไต้หวัน ทรัมป์จ่อโทรหา “ไล่ ชิงเต๋อ” ครั้งแรกในรอบ 46 ปี สะเทือนหลักการ “จีนเดียว” ปักกิ่งเตือนอาจตอบโต้ทางทหาร ซ้ำด้วยแรงกดดันจากดีลอาวุธ–สงครามชิปและ AI
    The Telegraph รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบิน Air Force One ภายหลังเสร็จสิ้นการเยือนจีนอย่างเป็นทางการเพื่อพบประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ว่าต้องการโทรศัพท์พูดคุยกับประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวัน โดยกล่าวว่า "ผมต้องพูดคุยกับคนคนนั้น คนที่คุณก็รู้ว่าคือใคร คนที่นำไต้หวันอยู่ตอนนี้" และยืนยันว่า "ผมจะพูดคุยกับเขา ผมคุยกับทุกคน" หากเกิดขึ้นจริง จะเป็นการสนทนาระหว่างผู้นำสูงสุดของสหรัฐฯ และไต้หวันครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1979 ในยุคประธานาธิบดีจิมมี คาร์เตอร์ ก่อนที่วอชิงตันจะเปลี่ยนไปรับรองปักกิ่งแทนไทเป

    เดิมพันสูงอย่างยิ่ง จีนมองว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของอาณาเขตตน ไม่เคยตัดทางเลือกใช้กำลังทหาร และมีประวัติตอบโต้ทุกครั้งที่สหรัฐฯ ปฏิสัมพันธ์กับไต้หวัน ย้อนไปปี 2022 เมื่อแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เยือนไต้หวัน จีนตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธนำวิถี 11 ลูกตกใส่น่านน้ำรอบเกาะ ดังนั้นการโทรศัพท์ครั้งนี้อาจจุดชนวนปฏิบัติการทางทหารในขนาดที่ใหญ่กว่าเดิม ปัจจุบันปักกิ่งดำเนินปฏิบัติการ "คุกคามในพื้นที่สีเทา" รอบเกาะทุกวัน ส่งเครื่องบินรบและเรือรบลาดตระเวนพร้อมรุกล้ำน่านน้ำ-น่านฟ้าไต้หวัน

    ก่อนการประชุมสุดยอดสหรัฐฯ-จีนจะเสร็จสิ้น สื่อทางการจีนเผยแพร่แถลงการณ์เตือนว่า ความขัดแย้งทางทหารรุนแรงอาจปะทุขึ้นหากสหรัฐฯ จัดการประเด็นไต้หวันด้วยแนวทางที่ "ย่ำแย่และไม่เหมาะสม"

    ประเด็นอาวุธยิ่งเพิ่มอุณหภูมิ — สหรัฐฯ เตรียมจัดหาแพ็กเกจอาวุธมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 14,000 ล้านดอลลาร์ให้ไต้หวัน ซึ่งรายงานว่ารวมถึงอุปกรณ์ต่อต้านโดรนและระบบขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศ โดยอำนาจตัดสินใจขั้นสุดท้ายอยู่ที่ทรัมป์โดยตรง หลังจากเมื่อเดือนธันวาคมสหรัฐฯ อนุมัติดีลอาวุธไปแล้ว 11,000 ล้านดอลลาร์ ทั้งหมดเป็นไปตามกฎหมาย Taiwan Relations Act ปี 1979 ที่ผูกพันให้วอชิงตันจัดหายุทโธปกรณ์ป้องกันตนเองให้ไต้หวัน

    ปักกิ่งตอบโต้ด้วยการดึงเวลากำหนดการเยือนของเอลบริดจ์ โคลบี เจ้าหน้าที่ระดับสูงเพนตากอน ออกไปจนกว่าทรัมป์จะตัดสินใจเรื่องดีลอาวุธ — สะท้อนว่าทรัมป์กำลังใช้ข้อตกลงนี้เป็นเครื่องมือต่อรองเหนือทั้งจีนและไต้หวัน แม้เป้าหมายสุดท้ายยังไม่ชัดเจน

    นอกจากนี้ ทรัมป์ยังยกเลิกคำสั่งทางบริหารว่าด้วย AI ที่วางแผนไว้ เพราะกังวลว่ากฎระเบียบจะชะลอบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ จนเสียสถานะผู้นำให้จีน โดยคำสั่งดังกล่าวเปิดช่องให้รัฐบาลทบทวนโมเดล AI ขั้นสูงล่วงหน้า 90 วันก่อนเปิดตัว ท่ามกลางบริบทที่สหรัฐฯ ยังพึ่งพาไมโครชิปจากไต้หวันเกือบทั้งหมดเพื่อขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐาน AI

    ด้านไต้หวันตอบรับเชิงบวกอย่างมาก กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันแถลงว่าประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ "ยินดีและมีความสุขอย่างยิ่ง" ที่จะได้คุยกับทรัมป์ พร้อมชี้ว่าจีนต่างหากเป็น "ผู้ทำลายล้างสันติภาพและเสถียรภาพ" ขณะที่ไล่ ชิงเต๋อ กล่าวในโอกาสครบรอบ 2 ปีดำรงตำแหน่งว่า หากได้โทรหาทรัมป์ จะบอกว่าจีนคือผู้ "บ่อนทำลายสันติภาพในช่องแคบไต้หวัน" และ "ไม่มีประเทศใดมีสิทธิ์ยึดครองไต้หวัน" #imctnews รายงาน

    https://www.facebook.com/share/1GaSktKgLh/
     

แชร์หน้านี้

Loading...